โปรแกรม Oligio เป็นเทคโนโลยีคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว ทำให้ผิวมีความกระชับ เรียบเนียน ถึงแม้การทำโปรแกรม Oligio อย่างเดียวก็สามารถเห็นผลได้ แต่ในบางเคสหรือบางปัญหา การผสมผสานหรือการทำร่วมกับหัตถการอื่นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ต่อความต้องการของคนไข้มากขึ้น
Oligio คู่กับอะไรแล้วเวิร์ก?
Oligio กับ Ultraformer III
- Ultraformer III ใช้เทคโนโลยี Micro & Macro Focused Ultrasound ที่ยิงพลังงานถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการศัลยกรรมยกหน้า เหมาะสำหรับการยกโครงหน้าและเก็บกรอบหน้า
- Oligio ทำหน้าที่กระชับผิวชั้นตื้น เติมความแน่น และกระตุ้นคอลลาเจนในผิว
เมื่อนำทั้ง 2 เครื่องยกกระชับมาทำควบคู่กัน จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ยกกระชับจากชั้นลึกถึงชั้นตื้น โครงหน้าหรือกรอบหน้าเห็นชัดขึ้น ผิวมีความเฟิร์ม แน่น และกระชับ ด้วยความเป็นตัวเครื่องจึงเหมาะกับผู้ที่อยากทำหัตถการที่ยกกระชับผิวแต่กลัวเข็ม หรือกลัวเจ็บ เมื่อทำเสร็จแล้วอาจเห็นผลไม่มากนัก (ประมาณ 10-20%) เนื่องจากต้องรอให้กระบวนการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนทำงานไปเรื่อยๆ จนเห็นผลลัพธ์ที่ชัดที่สุดในช่วง 1-3 เดือน
Oligio กับ โบท็อกซ์
- โบท็อกซ์ เป็นหัตถการที่นิยมมากในผู้ที่เริ่มเข้าวงการความงาม ตัวยามีผลให้กล้ามเนื้อคลายตัวชั่วคราว ช่วยลดริ้วรอยเฉพาะจุด เช่น หน้าผาก หางตา หรือริ้วรอยระหว่างคิ้ว อีกทั้งยังใช้สำหรับยกกระชับกรอบหน้า และสำหรับการลดกล้ามเนื้อกรามให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลง ในผู้ที่ต้องการฉีดเพื่อปรับรูปหน้า
- Oligio ช่วยยกกระชับผิวทั่วใบหน้า
การทำ Oligio และ โบท็อกซ์ ควบคู่กันนั้นเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีความเรียวและเล็กลง อีกทั้งอยากลดริ้วรอยบริเวณใบหน้า ผลลัพธ์ที่ได้จะทำให้ผิวดูเรียบเนียน เต่งตึงขึ้นโดยใบหน้าไม่แข็งหรือเกร็งจนเกินไป *ที่สำคัญควรทำโปรแกรม Oligio ก่อนการทำโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ เนื่องจากหลังการฉีดโบท็อกซ์ควรหลีกเลี่ยงการกด นวด และถูบริเวณที่ฉีด เพื่อไม่ให้ตัวยาโบท็อกซ์กระจายไปยังบริเวณอื่นที่ไม่ต้องการ
Oligio กับ Filler
- Filler เป็นการฉีดสาร Hyaluronic Acid เข้าไปในผิว เหมาะสำหรับแก้ไขปัญหาเฉพาะจุด เช่น ใต้ตาลึก แก้มตอบ ร่องแก้ม หรือบริเวณ Mid Face เพื่อยกกระชับใบหน้าโดยใช้ฟิลเลอร์
- Oligio ช่วยเพิ่มความแน่นของผิวโดยรวม
การทำร่วมกันของ Oligio และ Filler จะช่วยให้ใบหน้าอิ่มฟู สดใส ดูมีมิติโดยเทคนิคการยกหน้า เหมาะกับผู้ที่มีใบหน้าทรุด และดูโทรม ต้องการให้ดูยกกระชับขึ้นโดยการทำเครื่อง และใช้ฟิลเลอร์ในการพยุงมวลกระดูกและเส้นเอ็นที่เสียไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งฟิลเลอร์ที่ใช้ในการยกหน้าควรเป็นฟิลเลอร์เนื้อแข็ง และเห็นผลชัดหลังฉีด
Oligio กับ Profhilo
- Profhilo เป็น Bio-Remodelling ที่มีส่วนประกอบหลักเป็น Hyaluronic Acid บริสุทธิ์เข้มข้นสูง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและฟื้นฟูคุณภาพผิวภายใน
- Oligio กระตุ้นคอลลาเจนและทำให้ผิวเฟิร์มกระชับขึ้น
การทำโปรแกรมฉีด Profhilo ควบคู่กับเครื่อง Oligio จะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวไม่ชุ่มชื้น ผิวแห้งกร้านและขาดน้ำ ผิวหลวม หย่อนคล้อยไม่กระชับ เมื่อทำไปแล้วจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มฟู และมีความกระจ่างใสแบบสุขภาพดี ทั้งยังได้ความกระชับเต่งตึงจากการทำเครื่องอีกด้วย
Oligio กับ Sculptra
- Sculptra ตัวกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว หรือ Collagen Biostimulator ที่สาร Poly-L-lactic acid (PLLA) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวระดับลึก โดยผลลัพธ์คือการที่ผิวมีความนุ่มเด้งและเต่งตึง คงอยู่ได้นานกว่า 25 เดือน
- Oligio ช่วยยกกระชับ เพิ่มความเรียบเนียน
การทำ Oligio และ Sculptra ร่วมกัน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับ และริ้วรอยจากอายุ ต้องการการฟื้นฟูผิวในระยะยาว เรียกได้ว่าเป็นการลงทุนกับผิวที่เห็นผลอย่างต่อเนื่อง
Oligio + Ultraformer III + Filler โปรแกรมยกหน้าดารา
โปรแกรมยกหน้าดารา สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ยกทุกชั้นตั้งแต่ผิวยันกระดูก Kalm Clinic จึงได้ทำการรวม 3 หัตถการหลักที่เน้นการยกกระชับเข้าด้วยกัน ได้แก่
- Ultraformer III ยกโครงหน้าและเก็บกรอบหน้าให้ชัด
- Oligio ยกกระชับและเพิ่มความแน่นให้ผิว
- Filler เติมเต็มร่องลึก พยุงชั้นกระดูก คืนความสดใสให้ใบหน้า
ทำโปรแกรมนี้แล้วได้อะไร?
- กรอบหน้าชัดเจนขึ้น ช่วยยกกระชับโครงสร้างใบหน้า ทำให้ผิวไม่หย่อนคล้อย
- ผิวแน่น กระชับ ดูสุขภาพดี เพราะมีการกระตุ้นคอลลาเจนทำให้ผิวเรียบเนียน รูขุมขนเล็กลง
- เติมเต็มร่องต่างๆ หรือบริเวณที่ใบหน้าดูตกด้วย Filler ทำให้ใบหน้าดูสดใส ไม่โทรม
- ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมทุกชั้นผิว ตั้งแต่ผิวชั้นนอก ชั้นไขมัน ชั้นกล้ามเนื้อและกระดูก ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ และอยู่ได้นานกว่าการทำเพียงอย่างเดียว
สรุป
เราสามารถทำ Oligio โปรแกรมเดียวได้ แต่การทำร่วมกับหัตถการอื่นๆ จะช่วยเสริมผลลัพธ์ให้เห็นชัดเจนมากขึ้น และช่วยแก้ไขปัญหาหลากหลายรูปแบบ แต่การเลือกทำกับหัตถการอื่นนั้นขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและความต้องการของแต่ละบุคคลด้วย



