ฟิลเลอร์ Teoxane ดีอย่างไร? ฉีดจุดไหนได้บ้าง? มีกี่รุ่น?

ฟิลเลอร์ Teoxane ดีอย่างไร? ฉีดจุดไหนได้บ้าง? มีกี่รุ่น?

ปัจจุบันมีฟิลเลอร์ให้เราเลือกฉีดหลากหลายแบรนด์ ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามเทคโนโลยี เนื้อสัมผัส และราคา เพราะฉะนั้นจึงต้องเลือกสิ่งที่เข้ากับเราให้ได้มากที่สุด และ Teoxane ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เข้าไทยมาได้ไม่นาน แต่ถือเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในยุโรปที่ใช้มานาน และผ่านมาตรฐานการฉีดในหลายประเทศ

Teoxane คือฟิลเลอร์อะไร?

Teoxane เป็นฟิลเลอร์จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นำเข้าโดย บริษัท คอสม่า เมดิคอล จำกัด ตัวฟิลเลอร์ผ่านการรับรองจาก US FDA และอย.ไทย มีส่วนประกอบหลักเป็นกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid หรือ HA) 

จุดเด่นของฟิลเลอร์ Teoxane ต่างจากแบรนด์อื่นอย่างไร

Teoxane เป็น Dynamic ฟิลเลอร์ เน้นผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและมีความยืดหยุ่นสูง  เพราะใช้เทคโนโลยี PNT (Preserved Network Technology) สามารถปรับเนื้อฟิลเลอร์ให้เข้ากับโครงสร้างผิวได้ดี ไม่ขึ้นเป็นก้อนเมื่อมีการแสดงสีหน้าหรือขยับใบหน้า และความพิเศษอีกหนึ่งอย่างของฟิลเลอร์ Teoxane คือ ใน 1 หลอดจะมีฟิลเลอร์ทั้งหมด 1.3 CC

ฟิลเลอร์ Teoxane มีกี่รุ่น? ต่างกันอย่างไร เลือกรุ่นไหนดี

ฟิลเลอร์ Teoxane มีให้เลือกหลายรุ่น ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามเนื้อเจลของฟิลเลอร์และจุดที่สามารถฉีดได้ ดังนี้

  1. ฟิลเลอร์ Teoxane RHA 1
    ฟิลเลอร์เนื้อบางหรือนิ่ม ช่วยลดริ้วรอย Fine Line เล็กๆ ฉีดในผิวชั้นตื้นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น บริเวณใต้ตา คอ เนินอก และรอบปาก
  2. ฟิลเลอร์ Teoxane RHA 2
    ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม แต่มีความหนากว่ารุ่น RHA 1 ช่วยเติมเต็มริ้วรอยหรือผิวที่ยุบลงให้กลับมาเต่งตึงและอิ่มฟูมากขึ้น เช่น บริเวณร่องระหว่างคิ้ว หน้าปาก และร่องอื่นๆ บนใบหน้า บริเวณปากเพื่อเพิ่มความอวบอิ่ม
  3. ฟิลเลอร์ Teoxane RHA 3
    ฟิลเลอร์เนื้อกลางค่อนไปทางแน่น สามารถเพิ่ม Volume ได้ จึงนิยมฉีดบริเวณร่องแก้ม และร่องน้ำหมากเพื่อลดริ้วรอยร่องลึก รวมทั้งบริเวณปากก็สามารถฉีดได้
  4. ฟิลเลอร์ Teoxane RHA 4
    ฟิลเลอร์เนื้อแน่น มีความคงตัวสูงสามารถปั้นทรงได้ง่าย ใช้สำหรับการลดเลือนริ้วรอยร่องลึก และสำหรับการปรับรูปหน้า เช่น บริเวณคาง กรอบหน้า แก้ม และขมับ เพื่อให้ใบหน้าดูมีมิติ อีกทั้งยังใช้สำหรับยกหน้าได้อีกด้วย
  5. ฟิลเลอร์ Teoxane Ultra Deep
    คุณสมบัติคล้ายกับรุ่น RHA 4 แต่มีความต่างกันที่เทคโนโลยีและความแน่นที่มีมากกว่า จึงนิยมฉีดเพื่อยกพยุงกระชับผิว และการปรับรูปหน้า เช่น บริเวณคาง กรอบหน้า แก้มส้ม (Mid Face) และขมับ
  6. ฟิลเลอร์ Teoxane Redensity 1
    ฟิลเลอร์งานผิวที่ออกแบบมาเพื่อคุณภาพของผิวโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับการฟื้นฟูใบหน้าและเพิ่มความชุ่มชื้น ความสดใสให้ผิว สามารถลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ ได้
  7. ฟิลเลอร์ Teoxane Redensity 2
    ฟิลเลอร์ที่ผ่านมาตรฐานสำหรับการฉีดใต้ตาโดยเฉพาะ สามารถลดความหมองคล้ำและเติมเต็มร่องใต้ตาให้ดูเต็มขึ้น อีกทั้งเพิ่มคงามชุ่มชื้นบริเวณใต้ตา

ฟิลเลอร์ Teoxane เหมาะกับใคร

ฟิลเลอร์ Teoxane เหมาะกับ

  1. ผู้ที่ขยับใบหน้าเยอะหรือมีการแสดงอารมณ์บ่อยๆ เพราะฟิลเลอร์สามารถปรับความยืดหยุ่นตามการเคลื่อนไหวบริเวณใบหน้าได้
  2. ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยตามบริเวณต่างๆ ของใบหน้า
  3. ผู้ที่มีปัญหาใบหน้าดูตอบและไม่สดชื่น
  4. ผู้ที่มีผิวแห้งขาดน้ำ ต้องการเติมความชุ่มชื้นให้ผิว
  5. ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าหรือโครงสร้างใบหน้า

จุดฉีดยอดฮิต ฟิลเลอร์ Teoxane ควรฉีดกี่ CC

ปริมาณการฉีดฟิลเลอร์ Teoxane ให้เห็นผลนั้นจะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีด ดังนี้

  1. ใต้ตา เติมเต็มร่องใต้ตา ลดความคล้ำใต้ตา ควรใช้อย่างน้อย 1-2 CC 
  2. งานผิว ฟื้นฟูความชุ่มชื้น ควรใช้อย่างน้อย 1-2 CC 
  3. ปาก เพิ่มความอิ่มและลดริ้วรอยรอบปาก ควรใช้อย่างน้อย 1-2 CC 
  4. คาง เพื่อปรับรูปหน้าและเพิ่มความเรียวสวย ควรใช้อย่างน้อย 1-3 CC 
  5. ขมับ เติมเต็มขมับให้ใบหน้ามีมิติขึ้น ดูเด็กลง ควรใช้อย่างน้อย 2-4 CC 
  6. แก้มตอบ ลดแก้มตอบและร่องลึก ควรใช้อย่างน้อย 1-2 CC 
  7. ร่องต่างๆ บนใบหน้า เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ริ้วรอยเล็กๆ บริเวณอื่น ควรใช้อย่างน้อย 1-2 CC 

ราคาฟิลเลอร์ Teoxane

ราคาฟิลเลอร์ Teoxane ที่ Kalm Clinic เริ่มต้นที่ 25,000.-/CC (ราคานี้ยังไม่รวมโปรโมชั่น)

สรุป

ฟิลเลอร์ Teoxane จากสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อฉีดไปแล้วผลลัพธ์จะดูเนียนกลืนไปกับผิว และมีความเป็นธรรมชาติ เมื่อมีการขยับใบหน้าจะไม่ขึ้นเป็นก้อน เป็นลำ เพราะเป็น Dynamic ฟิลเลอร์ มีจุดเด่นในเรื่องความยืดหยุ่น และปริมาณใน 1 หลอดมีทั้งหมด 1.3 CC ซึ่งมากกว่าฟิลเลอร์แบรนด์อื่น อีกทั้งผลลัพธ์คงอยู่ได้นานขึ้น

Kalm Clinic มีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำปรึกษาฟรี คลิกเพื่อติดต่อได้เลย

โปรแกรม ยกหน้าดารา X อัปเกรดจากเดิม แล้วดีกว่าเดิมอย่างไร?

โปรแกรม ยกหน้าดารา X อัปเกรดจากเดิม แล้วดีกว่าเดิมอย่างไร?

เมื่อการยกหน้าในแบบเดิมไม่เพียงพอ โปรแกรมยกหน้าดารา X จึงถือกำเนิดขึ้น ในฐานะเทคโนโลยีที่ก้าวข้ามมาตรฐานเดิม และถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการยกหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนยิ่งขึ้น

โปรแกรมยกหน้าดารา X คืออะไร

โปรแกรม ยกหน้าดารา X คือเวอร์ชันอัปเกรดของโปรแกรม ยกหน้าดารา แบบเดิม เป็นเทคนิคยกกระชับผิวเวอร์ชันใหม่ล่าสุดของ Kalm Clinic ที่ถูกพัฒนาจากโปรแกรมยอดนิยมเดิมให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทั้งในด้านผลลัพธ์ และเทคโนโลยี เพื่อให้ตอบโจทย์เรื่องการยกกระชับ ฟื้นฟู และเติมเต็มใบหน้า ที่ให้ได้ผลลัพธ์ที่เห็นผลจริงและคุ้มค่า

ทำไมต้องโปรแกรมยกหน้าดารา X

ด้วยประสบการณ์ของทีมแพทย์ Kalm Clinic และ ความพิถีพิถันในการดูแลและออกแบบการรักษาให้กับลูกค้าในแต่ละเคส ทำให้ Kalm Clinic เลือกที่จะยกกระดับพลังการยกกระชับที่เหนือกว่าเดิม เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้า

When Xperience meets Xclusive , It creates Xtra Power

  • Xperience จากประสบการณ์ของคุณหมอที่ทำเคสและไปเทรนเทคนิคจากผู้พัฒนาโดยตรง พร้อมนำมาปรับใช้ให้เข้ากับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในผลลัพธ์
  • Xclusive มอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้าในรูปแบบที่ใหม่กว่าเดิม ไม่ซ้ำใคร โดยการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า
  • Xtra Power อัปพลังดูแลปัญหาใบหน้า หรือผิวอย่างตรงจุด Kalm Clinic เลือกมาให้แล้ว ว่าดีกับลูกค้า

เพราะเราคัดสรรสิ่งที่ดีให้กับลูกค้าเสมอ ที่ Kalm Clinic เราเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ เทคนิค และขั้นตอนการดูแลรักษาอย่างพิถีพิถัน ด้วยการดูแลแบบ Case by Case แก้ปัญหาอย่างตรงจุด เพื่อดูแลลูกค้าให้ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ

โปรแกรมยกหน้าดารา X ต่างจาก โปรแกรมยกหน้าดาราอย่างไร

นอกจากการอัปเกรดเทคโนโลยีแล้ว โปรแกรม ยกหน้าดารา X ของ Kalm Clinic ยังถูกพัฒนาต่อยอดด้วย “ประสบการณ์ของทีมแพทย์” และ “ความรู้เฉพาะทาง” ที่มากกว่าเดิม

  • ทีมแพทย์ผ่านการเทรนนิ่ง อัปเดตเทคนิคใหม่ๆอยู่เสมอ เพิ่มความเข้าใจในพลังงานและเทคโนโลยีใหม่ๆมากขึ้น
  • อัปเดตความรู้จากการศึกษาดูงานต่างประเทศ เพื่อเก็บเทคนิคใหม่ๆที่เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าของคนเอเชีย
  • ประสบการณ์การทำเคสจำนวนมาก ทำให้ปรับพลังงานและเทคนิคที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากขึ้น

โปรแกรม ยกหน้าดารา ประกอบไปด้วย โปรแกรม Ultraformer, โปรแกรม Oligio, โปรแกรม Xerf, โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์, โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ และ โปรแกรมฉีด Sculptra
แต่ละโปรแกรมถูกออกแบบให้เน้นการยกในลำดับชั้นผิวที่ต่างกัน จึงจะช่วยเสริมผลลัพธ์ได้หลากหลายตามรูปหน้าและปัญหาเฉพาะบุคคล

ผิวชั้นบน   โปรแกรม Oligio โปรแกรม Xerf โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์    
ไขมันชั้นบน   โปรแกรม Oligio โปรแกรม Xerf   โปรแกรมฉีด Sculptra โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
กล้ามเนื้อ โปรแกรม Ultraformer   โปรแกรม Xerf โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์    
ไขมันชั้นล่าง            
กระดูก           โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์

และซึ่งสิ่งที่ทำให้โปรแกรม ยกหน้าดารา X ต่างไปจากโปรแกรม ยกหน้าดารา นั่นก็คือ การอัปเกรดเปลี่ยนจากโปรแกรม Oligio เป็นโปรแกรม Oligio X ซึ่งจะทำให้ได้พลังงานที่ลงได้ลึกขึ้น แม่นยำขึ้น และให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานกว่า

หากเปรียบเทียบกับตารางด้านบน โปรแกรม Oligio X พลังงานจะลงได้ทั้งผิวชั้นบน ไขมันชั้นบน และที่มากกว่าโปรแกรม Oligio เดิม คือสามารถลงได้ลึกกว่าชั้นไขมันชั้นบนลงไปได้อีก (แต่ไม่ถึงชั้นกล้ามเนื้อ)

โปรแกรมยกหน้าดารา X ช่วยอะไร

โปรแกรมยกหน้าดารา X 

  • ช่วยให้ผิวหน้ายกกระชับขึ้น
  • ช่วยให้ใบหน้ายุบ เรียวเล็กลง
  • ช่วยให้กรอบหน้าชัดขึ้น
  • ช่วยให้ผิวแน่นเต็มขึ้น
  • ช่วยให้โครงสร้างผิวอิ่มฟู เฟิร์มขึ้น

โปรแกรมยกหน้าดารา X เหมาะกับใคร

โปรแกรมยกหน้าดารา X เหมาะกับ

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย 
  • ผู้ที่มีปัญหามีแก้มหรือเหนียงเยอะ
  • ผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด 
  • ผู้ที่อยากให้หน้าเรียว กระชับขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการปรับโครงสร้างผิว
  • ผู้ที่อยากให้ผิวแน่น เฟิร์มขึ้น

ราคา โปรแกรมยกหน้าดารา X 

ราคาโปรแกรมยกหน้าดารา X ที่ Kalm Clinic

  • โปรแกรม Ultraformer 200 shots + โปรแกรม Oligio X 200 shots ราคา 12,900.-
  • โปรแกรม Ultraformer 300 shots + โปรแกรม Oligio X 300 shots ราคา 19,900.-
  • โปรแกรม Ultraformer 400 shots + โปรแกรม Oligio X 400 shots ราคา 25,900.-

และโปรโมชันอื่นๆ หน้าเพจ Facebook : Kalmclinic

สรุป

โปรแกรมยกหน้าดารา X คือการอัปเกรดที่ตอบโจทย์เรื่องของการยกหน้า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่า ทั้งในเรื่องของ “ความยก” และ “ความกระชับ” ที่พร้อมดูแลทุกชั้นผิว

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้กรอบหน้าคมชัดขึ้น หน้าเรียวพร้อมยกแก้มยกเหนียง ผิวเฟิร์มกระชับ โดยที่ไม่ต้องผ่าตัด

Kalm Clinic มีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำปรึกษาฟรี คลิกเพื่อติดต่อได้เลย

ศึกยกหน้าเรียว เลือกโปรแกรมยกกระชับแบบไหนดี

ศึกยกหน้าเรียว เลือกโปรแกรมยกกระชับแบบไหนดี

ปัญหาผิวหย่อนคล้อยและใบหน้าที่ดูไม่กระชับ มักเกิดจากการที่คอลลาเจนใต้ผิวลดลงตามวัย ซึ่งเริ่มสังเกตได้ตั้งแต่อายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป ส่งผลให้ผิวดูไม่แน่นเหมือนเดิม หลายแบรนด์ความงามจึงพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยกกระชับ เพื่อช่วยยกผิวหน้าให้กลับมาตึงกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด

ปัจจุบันมีเครื่องยกกระชับหลายประเภทให้เลือกใช้ ทั้งแบบคลื่นอัลตราซาวด์ คลื่นวิทยุ หรือการทำหัตถการแบบผสมผสาน เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันไปของแต่ละคน
แต่ละเครื่องจึงมีจุดเด่นเฉพาะตัว แล้วแบบไหนที่เหมาะกับสภาพผิวของเรามากที่สุด? มาดูคำตอบไปพร้อมกัน

ทำไมต้องเครื่องยกกระชับ

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินลดลง ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น ใบหน้าดูโรย เห็นร่องแก้ม เหนียงชัดขึ้น หรือกรอบหน้าที่ดูไม่คมเหมือนเดิม ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถแก้ได้ด้วยการใช้ครีมบำรุงเพียงอย่างเดียว เทคโนโลยีเครื่องยกกระชับจึงถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อช่วยฟื้นฟูความแน่นของผิวจากภายในโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดหรือพักฟื้นนาน เหมาะกับคนกลัวเจ็บ ซึ่งการทำเครื่องยกกระชับมีประโยชน์ดังนี้

  1. ยกผิวหน้าให้กระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เครื่องยกกระชับจะส่งพลังงานเข้าสู่ชั้นผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแน่น กระชับ และดูอ่อนเยาว์ขึ้น
  2. ปรับรูปหน้าให้เรียว เมื่อผิวกระชับขึ้น ร่องแก้มและเหนียงจะลดลง ทำให้กรอบหน้าดูชัด และใบหน้าแลดูเล็กลง
  3. เห็นผลได้โดยไม่ต้องพักฟื้น เพราะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล หลังทำสามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  4. ชะลอการหย่อนคล้อยในระยะยาว การทำเครื่องยกกระชับช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ทำงานอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาที่เหมาะสม ทำให้ผิวแข็งแรงและชะลอการหย่อนคล้อยในอนาคต
  5. เหมาะกับทุกเพศทุกวัย เพราะเราไม่จำเป็นต้องรอให้ผิวหย่อนคล้อยหนัก สามารถเริ่มดูแลผิวได้ตั้งแต่ช่วงอายุ 25 ปีขึ้นไปจะช่วยชะลอความเสื่อมของผิวได้ดีที่สุด

เครื่องยกกระชับกลุ่มคลื่นอัลตราซาวด์ (Focused Ultrasound)

เทคโนโลยีคลื่นอัลตราซาวด์เป็นหนึ่งในวิธียกกระชับผิวที่สามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) หรือชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการดึงหน้า แต่ทำได้โดยไม่ต้องผ่าตัด โดยพลังงานของคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัส (Focused Ultrasound) จะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ทำให้ผิวค่อยๆ ตึง กระชับ และยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ 

1. Ultraformer III

ใช้เทคโนโลยี MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ซึ่งส่งพลังงานได้ทั้งตื้นและลึก สามารถปรับหัวให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ เช่น รอบตา ใต้คาง หรือกรอบหน้า มีความเจ็บน้อย แต่ยังเห็นผลของการยกกระชับเช่นกัน เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ต้องการยกกระชับแบบสบายๆ ไม่เจ็บมาก ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน

2. Ultraformer MPT

เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อจาก Ultraformer III โดย Ultraformer MPT (Micro Pulsed Technology) จะมีโหมด MP ที่ส่งพลังงานถี่ขึ้น แต่ละจุดกระจายพลังงานสม่ำเสมอ และสามารถทำหัตถการได้เร็วขึ้น ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนทั่วใบหน้าได้ละเอียดกว่าเดิม ให้ความรู้สึกสบายขณะทำ เหมาะสำหรับคนที่กังวลเรื่องความเจ็บ ผู้ที่ต้องการเห็นผลไว ผิวเริ่มหย่อนคล้อย อยากยกกระชับแบบไม่ต้องพักฟื้น อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน

เครื่องยกกระชับกลุ่มคลื่นวิทยุ (Radio Frequency)

เทคโนโลยี RF (Radio Frequency) เป็นอีกหนึ่งวิธียกกระชับผิวที่ได้รับความนิยมสูง เพราะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างล้ำลึกโดยไม่ต้องผ่าตัด

หลักการทำงานคือ การส่งพลังงานคลื่นวิทยุลงไปในชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมัน (Subcutaneous layer) เพื่อให้เกิดความร้อนในระดับที่เหมาะสม กระตุ้นให้เกิดการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนเก่า และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวแน่น เรียบ และยกกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

1. XERF

เทคโนโลยี Monopolar RF Dual-Frequency (6.78 MHz และ 2 MHz) ส่งพลังงานได้ลึก 3 ระดับ (ตื้น, กลาง, ลึกถึงชั้น SMAS) ทำให้กระตุ้นคอลลาเจนได้ครอบคลุมหลายชั้นผิว พร้อมปล่อยความเย็นเยอะขึ้น ทำให้สามารถใช้ยิงพลังงานสูงได้โดยที่ผิวชั้นนอกไม่บาดเจ็บ และหัวยิงที่ออกแบบให้มีขนาดกว้างขึ้น ทำให้ปล่อยพลังงานได้เยอะและครอบคลุม เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ต้องการยกกระชับเห็นผลแบบค่อยเป็นค่อยไป

2. Oligio

เทคโนโลยี Monopolar RF ที่ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน โดยมีความแม่นยำและลงพลังงานอย่างสม่ำเสมอ ทำให้คอลลาเจนเก่าหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวดูเต่งตึงขึ้น เหมาะกับผู้ที่ไม่อยากพักฟื้นนาน และผู้ที่มีต้องการให้ผิวมีความแน่นขึ้น

3. Oligio X

Oligio X เป็นเทคโนโลยี Monopolar RF ที่พัฒนามาจาก Oligio ซึ่งถูกออกแบบมาโดยการปล่อยความเย็นเพิ่มขึ้น ลดความเจ็บระหว่างทำ และเป็น Dual Mode (G Mode/ X Mode) โดยทำงานสลับลึกและตื้นทำให้ปรับการรักษาให้เข้ากับหลายชั้นผิวได้ เมื่อมีความเย็นเพิ่มขึ้น ทำให้สามารถปล่อยพลังงานได้มากขึ้น ผลการรักษาจึงดีขึ้นตามลำดับ เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าให้ดูเฟิร์มขึ้น และกลัวเจ็บ

สรุปเลือกเครื่องไหนดี

การแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยควรเริ่มตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อชะลอความเสื่อมของคอลลาเจน ทั้งนี้การเลือกวิธีรักษาควรอาศัยการประเมินจากแพทย์ และดูจากปัญหาผิวของเรา เพื่อวางแผนให้เหมาะกับโครงหน้าและสภาพผิวของแต่ละคน รวมถึงการดูแลอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ ยกกระชับ และดูสุขภาพดีอยู่เสมอ

Kalm Clinic มีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำปรึกษาฟรี คลิกเพื่อติดต่อได้เลย

ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร? ควรเลือกแบรนด์ไหน?

ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร? ควรเลือกแบรนด์ไหน?

การเลือกแบรนด์ฟิลเลอร์ ควรดูว่าเนื้อของฟิลเลอร์เหมาะสมกับจุดที่ต้องการการแก้ไขปัญหาหรือไม่? ปลอดภัยแค่ไหน? อยู่ได้นานแค่ไหน? และแน่นอนว่าที่ Kalm Clinic มีการคัดเลือกเฉพาะฟิลเลอร์แท้จากแบรนด์ชั้นนำ ที่มีคุณภาพ และได้รับการรับรองจากมาตรฐาน อย. เพื่อให้คนไข้มั่นใจในผลลัพธ์และความปลอดภัยระยะยาว

ฟิลเลอร์คืออะไร

ฟิลเลอร์ คือสารเติมเต็มที่ใช้ฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อแก้ไขปัญหาที่กังวล เช่น เติมเต็มริ้วรอยร่องลึก ปรับรูปหน้า เติมใต้ตาให้ดูสดชื่นขึ้น เติมปาก แก้ม คาง หรือขมับ โดยส่วนผสมจะประกอบไปด้วยกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่แล้วในร่างกายของเรา และสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ขึ้นอยู่ที่แบรนด์ของฟิลเลอร์นั้นๆ

ทำไม Kalm Clinic จึงเลือกใช้แบรนด์ฟิลเลอร์ Teoxane, Restylane, Yvoire, Belotero Revive

ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ซึ่งเหมาะกับจุดฉีดและลักษณะผิวที่หลากหลาย โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและเลือกใช้ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยและปลอดภัยที่สุด

ฟิลเลอร์ Teoxane

ฟิลเลอร์ Teoxane แบรนด์ฟิลเลอร์จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หนึ่งในผู้นำด้านการผลิตฟิลเลอร์
จุดเด่น: เป็น Dynamic ฟิลเลอร์ ที่ทำให้เนื้อฟิลเลอร์ยืดหยุ่นตามการขยับของใบหน้า ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึง มีความยืดหยุ่น ฉีดแล้วไม่ขึ้นเป็นก้อนเป็นลำ
เหมาะกับ:

  • การเติมเต็มริ้วรอยบริเวณที่เคลื่อนไหวเยอะ เช่น ร่องแก้ม ริมฝีปาก และหน้าแก้ม
  • การปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติ เช่น คาง และแก้มตอบเพื่อให้ใบหน้าดูอิ่มฟูขึ้น
  • การปรับปรุงคุณภาพผิว และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูสุขภาพดี

อยู่ได้นาน: ประมาณ 12-24 เดือน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลุคเป็นธรรมชาติ และเน้นความยืดหยุ่นของผิว

ฟิลเลอร์ Restylane

ฟิลเลอร์ Restylane ผลิตโดยบริษัท Galderma ประเทศสวีเดน เป็นแบรนด์ฟิลเลอร์แรกของโลก ที่อยู่มานานและยังเป็นที่นิยมจนถึงปัจจุบัน
จุดเด่น: มีความละเอียดของเนื้อฟิลเลอร์หลายระดับ สามารถปรับใช้ได้กับทุกบริเวณของใบหน้า ประกอบไปด้วย 2 เทคโนโลยี คือ

  • NASHA technology เนื้อฟิลเลอร์มีความคงตัว สามารถเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้
  • OBT technology เพิ่มความยืดหยุ่น ปรับรูปทรงได้หลากหลาย

เหมาะกับ: การเติมเต็มบริเวณที่ต้องการความคงตัวสูง หรือจุดอื่นๆ เช่น ฉีดใต้ตา ร่องแก้ม คาง ขมับ หน้าแก้ม เติมเต็มความอิ่มของริมฝีปาก เป็นต้น เพราะมีเนื้อฟิลเลอร์ให้เลือกหลากหลาย ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
อยู่ได้นาน: ประมาณ 12–18 เดือน แตกต่างกันไปตามรุ่นที่ใช้

ฟิลเลอร์ Yvoire

ฟิลเลอร์ Yvoire แบรนด์ฟิลเลอร์จากประเทศเกาหลีใต้ โดยบริษัท LG Chem
จุดเด่น: ใช้เทคโนโลยี HICE Cross-linking ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความละเอียดสูง ฉีดแล้วเนียนกลืนไปกับผิว มีความยืดหยุ่นและคงรูปได้นาน มีราคาที่เข้าถึงง่ายแต่คุณภาพจัดเต็ม
เหมาะกับ: การฉีดใต้ตา ร่องแก้ม ปาก และเคสที่ต้องการความเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ
อยู่ได้นาน: 9–18 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ฉีด

ฟิลเลอร์ Belotero Revive

ฟิลเลอร์ Belotero Revive แบรนด์ฟิลเลอร์จากประเทศเยอรมนี
จุดเด่น: เป็นฟิลเลอร์เนื้อบางเบาในกลุ่ม Skin Booster ตัวแรกของโลกที่มีส่วนผสมเป็น Hyaluronic Acid กับ Glycerol (สารให้ความชุ่มชื้น) ช่วยฟื้นฟูผิวที่แห้ง ขาดน้ำ หรือมีริ้วรอยเล็กๆ ให้กลับมาเรียบเนียน อิ่มน้ำ ดูสุขภาพดีแบบผิวเด็ก
เหมาะกับ: การฉีดทั่วใบหน้า ลำคอ หรือหลังมือ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น กระจ่างใส Glass Skin และเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว
อยู่ได้นาน: 6–9 เดือน (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแล)

ควรเลือกฟิลเลอร์แบรนด์ไหน?

ฟิลเลอร์ไม่มีแบรนด์ที่ดีที่สุด แต่จะมีเพียงแบรนด์ที่เหมาะกับปัญหาและรูปหน้าของแต่ละคนที่สุด ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และคนไข้ร่วมกัน ซึ่งแพทย์ที่ Kalm Clinic จะช่วยประเมินอย่างละเอียดแบบ Case by Case ก่อนการฉีด เพื่อเลือกแบรนด์ที่ตรงกับความต้องการคนไข้ ทั้งในเรื่องของผลลัพธ์และระยะเวลาการคงอยู่

ราคาฟิลเลอร์ที่ Kalm Clinic

  1. Teoxane เริ่มต้น 25,000.-/cc
  2. Restylane เริ่มต้น 15,900.-/cc
  3. Yvoire เริ่มต้น 12,900.-/cc
  4. Belotero Revive เริ่มต้น 12,900.-/cc

สรุปการเปรียบเทียบฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ

เปรียบเทียบยี่ห้อฟิลเลอร์ เพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดในฉบับของเรา

แบรนด์ เทคโนโลยี จุดเด่น อยู่ได้นาน
Teoxane Ground breaking Preserved Network หรือ PNT ในการผลิต ทำให้มีความยืดหยุ่นสูง ปรับตัวไปกับการเคลื่อนไหวของผิวหน้า ยืดหยุ่นสูง เนียนธรรมชาติ 12-24 เดือน
Restylane

NASHA technology (มีความคงตัว เติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้)

OBT technology (เพิ่มความยืดหยุ่น ปรับรูปทรงได้หลากหลาย)

แม่นยำ ยืดหยุ่นและคงตัวดี 12-18 เดือน
Yvoire HICE Cross-linking ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความละเอียดสูง  ละเอียด เนียน ฉีดง่าย 9-18 เดือน
Belotero Revive มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid กับ Glycerol เพิ่มความชุ่มชื้น ฟื้นฟูผิวฉ่ำโกลว์ 6-9 เดือน

Kalm Clinic มีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำปรึกษาฟรี คลิกเพื่อติดต่อได้เลย

Ultraformer MPT ยกกระชับฟื้นฟูผิว เหมาะกับใคร

Ultraformer MPT ยกกระชับฟื้นฟูผิว เหมาะกับใคร

​​ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ร่องแก้มชัด หรือกรอบหน้าไม่คม เป็นสิ่งที่หลายคนกังวลเมื่อมีอายุเพิ่มขึ้น ทำให้เครื่องยกกระชับอย่าง Ultraformer MPT ถูกพัฒนาขึ้นมาให้ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่กลัวการผ่าตัด และอยากทำหัตถการในระยะเวลาที่สั้นลงจากเดิม

Ultraformer MPT คืออะไร

Ultraformer MPT (Micro Pulsed Technology) คือเครื่องยกกระชับผิวที่ใช้เทคโนโลยี MMFU (Micro&Macro Focused Ultradound) ที่พัฒนาต่อจาก Ultraformer III ให้มีหัวยิงที่มากขึ้น จัดอยู่ในกลุ่มหัตถการ Hifu โดยสามารถส่งพลังงานลงไปได้หลายชั้นผิว ตั้งแต่ผิวหนังชั้นตื้น ชั้นไขมัน ไปจนถึงชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า สามารถช่วยยกกระชับผิว กระตุ้นคอลลาเจนเพื่อลดริ้วรอยและลดความหย่อนคล้อย อีกทั้งยังช่วยเรื่องงานผิว บำรุงและฟื้นฟูให้ผิวมีความกระจ่างใสขึ้นได้

จุดเด่นของ Ultraformer MPT

จุดเด่นของ Ultraformer MPT คือการมีหัวยิงพลังงานที่ให้เลือกได้หลากหลาย ทั้งการยกกระชับและบำรุงผิว โดยมีโหมดการปล่อยพลังงาน 2 แบบที่ทำงานเร็วขึ้น 2.5 เท่า คือ

  1. Normal Mode เป็นการปล่อยพลังงานคลื่นแบบต่อเนื่อง (Continuous) เป็นจุดเล็ก ๆ เรียงกัน มีความละเอียดและแม่นยำสูง เหมาะกับการยกกระชับผิวและสลายไขมันในชั้นผิวที่ลึก
  2. Micro Pulse Mode (MP) เป็นการปล่อยพลังงานคลื่นเป็นจังหวะ (Pulse) แบบเส้นตรงที่มีความเข้มข้นต่ำกว่า แต่มีความถี่สูง เหมาะกับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวเรียบเนียนและกระชับขึ้น

สามารถยิงพลังงานได้ 4 รูปแบบ คือ

  • แบบจุด (Normal Dot)
  • แบบเส้นตรงชนิด MP (Micro Pulse)
  • แบบจุดวงกลม (Circular Dot)
  • แบบวงกลมชนิด MP (Micro Circular)

Ultraformer MPT เหมาะกับใคร

การทำเครื่องยกกระชับ Ultraformer MPT เหมาะกับ

  1. ผู้ที่มีปัญหาผิวเริ่มหย่อนคล้อย แก้มตก ร่องแก้มชัด
  2. ผู้ที่อยากยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด
  3. ผู้ที่กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวหน้า
  4. ผู้ที่ต้องการบำรุงและฟื้นฟูผิวโดยใช้หัวยิง Ultraboost
  5. ผู้ที่อยากทำหัตถการยกกระชับแบบเร็วขึ้น
  6. ผู้ที่ต้องการป้องกันผิวหย่อนตั้งแต่เนิ่น ๆ

Ultraformer MPT กี่วันเห็นผล อยู่ได้กี่เดือน

ผลลัพธ์หลังทำ Ultraformer MPT 1 ครั้งจะเริ่มเห็นผลทันทีเล็กน้อย และร่างกายจะผลิตคอลลาเจนเรื่อย ๆ เห็นผลเต็มที่ในช่วง 1-2 เดือน ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน 6-12 เดือน สามารถทำ 1 หรือ 2 ครั้งต่อปี เพื่อดูแลผิวและป้องกันปัญหาความหย่อนคล้อยได้

การดูแลตัวเองก่อนและหลังทำ Ultraformer MPT

การดูแลตัวเองก่อนทำ Ultraformer MPT

  • เลี่ยงการทำหัตถการอื่นที่ทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง เช่น การเลเซอร์บริเวณใบหน้า

การดูแลตัวเองหลังทำ Ultraformer MPT

  • สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่ต้องพักฟื้น
  • เลี่ยงความร้อนจัด เช่น การอบซาวหน้าแล
  • การเลเซอร์อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • ใช้ครีมบำรุงและกันแดดตามปกติ

Ultraformer MPT vs Ultraformer III

ความแตกต่างของ Ultraformer MPT กับ Ultraformer III มีดังนี้

คุณสมบัติ Ultraformer MPT Ultraformer III
การปล่อยพลังงาน สามารถปล่อยได้หลายรูปแบบ (Normal Mode และ MP Mode) เพื่อเพิ่มความละเอียดและแม่นยำ มีรูปแบบการปล่อยพลังงานแบบ Normal Mode
ระยะเวลาการทำ ทำหัตถการได้เร็วขึ้น 2.5 เท่า ใช้เวลาในการทำหัตถการ 30 นาทีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ใช้
หัวยิง มีหัวยิงที่ระดับความลึก 2.0 mm., 3.0 mm., 4.5 mm., 6.0 mm. และหัวยิงพิเศษ Ultraboost 1.5 mm. ช่วยบำรุงฟื้นฟูผิว มีหัวยิงที่ระดับความลึก 1.5 mm., 2.0 mm., 3.0 mm. และ 4.5 mm.
เหมาะกับใคร ผู้ที่กลัวความเจ็บ เพราะ MPT พัฒนาให้เจ็บน้อยลง ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์คุ้มค่า ในงบที่ย่อมเยา

ราคา Ultraformer MPT

ราคา Ultraformer MPT ที่ Kalm Clinic มีดังนี้

  1. 400 Shots 15,900.- ฟรีโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า
  2. 600 Shots 21,900.- เลือกของแถม 1 อย่าง
  3. 900 Shots 31,900.- เลือกของแถม 2 อย่าง
  4. 1,200 Shots 41,900.- เลือกของแถม 3 อย่าง

รายการของแถม

  • โปรแกรม Oligio 50 Shots
  • โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลดกล้ามเนื้อกราม
  • โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอย

สรุป

เครื่องยกกระชับ Ultraformer MPT ถูกพัฒนามาจาก Ultraformer III ให้มีความไวขึ้น สามารถยิงพลังงานได้หลากหลาย เจ็บน้อย สามารถลงได้ลึกกว่าเดิม อีกทั้งยังมีหัวยิงที่สามารถบำรุงผิวได้ (Ultraboost) ทำให้ผิวมีความกระจ่างใสขึ้นได้ เหมาะกับผู้ที่ต้องการประหยัดเวลาในการทำหัตถการ

Kalm Clinic มีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำปรึกษาฟรี คลิกเพื่อติดต่อได้เลย

โปรแกรม OligioX คืออะไร ดีจริงไหม? เหมาะกับใคร?

โปรแกรม OligioX คืออะไร ดีจริงไหม? เหมาะกับใคร?

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย และกรอบหน้าที่ไม่ชัดเจน มักจะตามมา หลายคนอยากแก้ปัญหานี้ แต่กลัวการผ่าตัดหรือไม่มีเวลาพักฟื้นมากนัก ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยียกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัดเพิ่มขึ้น โดยหนึ่งในนวัตกรรมที่ที่กำลังก้าวเข้าสู่วงการความงามคือ OligioX ที่พัฒนาต่อจาก Oligio จากบริษัท Wontech Asia ซึ่งในบทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ OligioX และจุดเด่นที่น่าสนใจของตัวเครื่อง

OligioX คืออะไร

OligioX เป็นเครื่องยกกระชับจากประเทศเกาหลีใต้ ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) จึงปลอดภัยต่อการใช้งาน โดยใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) ในการส่งพลังงานความร้อนอย่างสม่ำเสมอไปยังเนื้อเยื่อเพื่อให้คอลลาเจนเก่าหดตัว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ สามารถช่วยยกกระชับผิวหน้า ลดความหย่อนคล้อย แก้ปัญหาริ้วรอย และปรับรูปหน้าให้ชัดเจนขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดและใช้เวลาพักฟื้นน้อย

จุดเด่นของ OligioX

OligioX คลื่นวิทยุความถี่สูง 6.78 MHz มี Dual Mode (G Mode/ X Mode) โดยทำงานสลับลึกและตื้นทำให้ปรับการรักษาให้เข้ากับหลายชั้นผิวได้ มีระบบระบายความร้อนแบบเรียลไทม์เพื่อลดผลข้างเคียง ทำให้คนไข้รู้สึกสบายขึ้น และได้ผลลัพธ์ที่ยาวนานขึ้น

  • G Mode
    เป็นโหมดที่พลังงานลงตื้นมากกว่าโหมด X ใช้ความร้อนอ่อนลงที่ชั้นผิวบน (upper dermis) เพื่อทำการ pre-heat หรือรองรับการยิงโหมด X ในภายหลัง
  • X Mode
    เป็นโหมดพิเศษของเครื่อง OligioX ที่สามารถปล่อยความเย็น (Cooling) ออกมาได้แบบเรียลไทม์ 11 Pulses ทำให้เย็นขึ้น และสามารถปล่อยพลังงานลงสู่ผิวได้ลึกมากขึ้นจากโหมดปกติ ช่วยเพิ่มระยะเวลาของผลลัพธ์ให้นานขึ้นเมื่อเทียบกับ Oligio รุ่นก่อน

ข้อดีของ OligioX

ข้อดีของ OligioX คือ

  • เป็นพลังงาน RF ที่ลงลึกสู่ผิว สามารถกระตุ้นคอลลาเจนได้หลายชั้นผิว
  • มีระบบระบายความร้อน (Cooling System) ที่สามารถลดความรู้สึกเจ็บและปกป้องผิวชั้นนอกไม่ให้ถูกทำลาย
  • มี Dual Mode Technology ที่ช่วยให้แพทย์สามารถปรับพลังงานได้เหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการของคนไข้
  • สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ และยังกระตุ้นคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่องในช่วง 1–3 เดือนหลังทำ

OligioX ต่างกับ Oligio อย่างไร

OligioX เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนามาจาก Oligio โดยบริษัท Wontech Asia ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งตัวเครื่องถูกออกแบบมาเพื่อทำหัตถการได้ดีขึ้น ในด้านการลดความเจ็บ และการปล่อยพลังงานที่มากขึ้น 

โดย Oligio สามารถใช้ได้เพียงโหมดเดียว (Single Mode) ส่วน OligioX มีการยิงพลังงานแบบ Dual Mode (G Mode/ X Mode) เพื่อแก้ปัญหาได้ทั้งผิวชั้นตื้นและชั้นลึกได้อย่างแม่นยำ

OligioX เหมาะกับใคร

OligioX เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหา ดังนี้

  • ผู้ที่มีผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อยและไม่กระชับ
  • ผู้ที่มีริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา มุมปาก หรือหน้าผาก
  • ผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด
  • ผู้ที่มีปัญหาแก้มและเหนียง
  • ผู้ที่ที่ต้องการฟื้นฟูความกระชับของผิวโดยไม่พึ่งการผ่าตัด
  • ผู้ที่เคยทำหัตถการยกกระชับแบบอื่นมาแล้วแต่อยากลองเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่ออัปเดตเทรนด์

OligioX กี่ครั้งเห็นผล อยู่ได้นานกี่เดือน

การทำ OligioX สามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ โดยจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ เช่น ผิวแน่นขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้นเล็กน้อย แต่ผลลัพธ์จะค่อยๆ ดีขึ้นจากการกระตุ้นคอลลาเจนแบบต่อเนื่องภายใน 1-3 เดือน 

ผลลัพธ์โดยทั่วไปสามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลหลังทำของแต่ละบุคคล หากต้องการคงสภาพผิวให้ยาวนานควรทำซ้ำปีละ 1 ครั้ง หรือปรับตามความเหมาะสมที่แพทย์แนะนำ

สรุป

OligioX เป็นนวัตกรรมยกกระชับผิวตัวใหม่ที่พัฒนามาจาก Oligio โดยการเพิ่มโหมดในการยิงให้หลากหลายมากขึ้น สามารถช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อย ริ้วรอย และกรอบหน้าไม่ชัดโดยไม่ต้องผ่าตัด สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำ คงอยู่ได้นาน 6-12 เดือน เหมาะสำหรับผู้ที่อยากฟื้นฟูสภาพผิวให้ดีขึ้น

Kalm Clinic มีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำปรึกษาฟรี คลิกเพื่อติดต่อได้เลย