เมื่ออายุย่างเข้าเลข 3 ร่างกายจะเริ่มผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินลดลง ทำให้ผิวเริ่มแห้งบางขาดน้ำ ขาดความยืดหยุ่น รูขุมขนขยายกว้างขึ้น ริ้วรอยเล็กๆ ก็เริ่มชัด กระบวนการซ่อมแซมตัวเองของผิวช้าลง การใช้สกินแคร์ดูแลอาจไม่เพียงพอ จึงต้องอาศัย หัตถการฟื้นฟูผิว เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและซ่อมแซมความเสียหายจากภายใน

ทำไมการฟื้นฟูผิวหลัง 30 จึงสำคัญ

การฟื้นฟูผิวหลังอายุ 30 นั้นสำคัญเพราะเป็นจุดเปลี่ยนของผิวทั้งในระดับโครงสร้างผิว และกระบวนการซ่อมแซมตัวเองของร่างกาย ซึ่งสาเหตุหลักมีดังนี้v

  1. คอลลาเจนและอีลาสตินเริ่มลดลง หลังอายุ 30 ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนลดลงเฉลี่ย 1% ต่อปี ทำให้เส้นใยอีลาสตินเริ่มเสื่อมสภาพ และผิวสูญเสียความยืดหยุ่น เกิดความหย่อนคล้อยและริ้วรอยง่ายขึ้น
  2. การผลัดเซลล์ผิวช้าลง เพราะวงจรการผลัดเซลล์ผิวจากเดิมประมาณ 28 วัน จะยาวนานขึ้นเป็น 35–40 วัน ทำให้ผิวหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง และเนื้อผิวไม่เรียบเนียน
  3. ความชุ่มชื้นในผิวลดลง ชั้นผิวกักเก็บน้ำได้ไม่ดีเหมือนเดิม ทำให้ผิวแห้ง ขาดน้ำ และเกิดริ้วรอยตื้นเร็วขึ้น
  4. ผลจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ เช่น แสงแดด มลภาวะ ฝุ่นควัน และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การนอนดึก การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการสูบบุหรี่ ทำให้สะสมความเสียหายต่อผิวได้เรื่อยๆ
  5. การฟื้นฟูเร็ว ช่วยให้ชะลอวัยได้นานขึ้น หากเริ่มกระตุ้นคอลลาเจนและดูแลโครงสร้างผิวตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยชะลอความเสื่อมของผิว ทำให้ไม่ต้องแก้ปัญหาหนักๆ ในวัย 40–50 และคงผิวที่ดูอ่อนเยาว์ได้นานกว่าผิวที่ไม่ได้รับการดูแล

ปัญหาผิวที่พบบ่อยหลังสามสิบ

  1. ริ้วรอยแรกเริ่ม (Fine lines) รอบตา หน้าผาก ระหว้างคิ้ว หรือร่องแก้ม
  2. ผิวหมองคล้ำ จากการสะสมของเม็ดสีและการไหลเวียนเลือดที่ช้าลง รวมถึงแสงแดดและมลถาวะที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
  3. ความหย่อนคล้อย จากการสูญเสียคอลลาเจนและไขมันใต้ผิว
  4. รูขุมขนกว้าง เพราะผิวขาดความกระชับ
  5. ผิวแห้งขาดน้ำ เพราะชั้นผิวกักเก็บความชื้นได้น้อยลง

7 หัตถการฟื้นฟูผิวที่เหมาะกับวัย 30+

หัตถการสำหรับการฟื้นฟูผิวของวัย 30+ ควรเน้นหัตถการที่ปลอดภัย เห็นผลชัด และกระตุ้นการฟื้นฟูจากภายใน เพื่อแก้ปัญหาผิวทั้งริ้วรอยแรกเริ่ม ความหมองคล้ำ และความหย่อนคล้อย ดังนี้

1. โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอย

ทำโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยเพื่อคลายกล้ามเนื้อเฉพาะจุด ลดการขยับที่ก่อให้เกิดริ้วรอย เหมาะกับการฉีดริ้วรอยบริเวณหางตา หน้าผาก และรอยย่นที่เกิดขึ้นระหว่างคิ้ว จากการขมวดคิ้วบ่อยๆ

จุดเด่น: เห็นผลเร็ว 3–7 วัน อยู่ได้นาน 4–6 เดือน
ผลลัพธ์: ผิวตึงเรียบ ดูอ่อนเยาว์

2. โปรแกรมฉีด Sculptra (Collagen Biostimulator)

ในโปรแกรม Sculptra จะมีส่วนประกอบของสาร Poly-L-lactic acid (PLLA) ทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนธรรมชาติ Type 1 อย่างต่อเนื่อง เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับ ริ้วรอยร่องลึก และปัญหาอื่นๆ จากการที่คอลลาเจนในร่างกายมีไม่เพียงพอ

จุดเด่น: ฟื้นฟูแบบค่อยเป็นค่อยไป ผลอยู่ได้นานกว่า 25 เดือน
ผลลัพธ์: ผิวแน่น นุ่มเด้ง อิ่มฟู คืนความเยาว์ให้ตัวเอง

3. โปรแกรมฉีด Profhilo (Skin Bio-Remodelling)

โปรแกรม Profhilo มีส่วนประกอบเป็นกรดไฮยาลูโรนิกเข้มข้นสูง ที่สามารถกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินได้ เนื่องจากเป็น HA ที่สามารถเติมความชุ่มชื้นได้ จึงเหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้งขาดน้ำ และริ้วรอยเล็กๆ บริเวณใบหน้าและลำคอ

จุดเด่น: ใช้การฉีดเพียง 5 จุดต่อข้าง เพื่อให้ตัวยากระจายทั่วหน้าและเพิ่มความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก
ผลลัพธ์: ผิวเด้ง ฉ่ำฟู ดูเป็นธรรมชาติ

4. โปรแกรม Ultraformer III (Micro & Macro Focused Ultrasound ยกกระชับ)

โปรแกรม Ultraformer III เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงยิงพลังงานลงไปถึงชั้น SMAS เพื่อยกกระชับผิว เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับแรกจนถึงปานกลาง

จุดเด่น: เห็นผลบางส่วนทันทีหลังทำ ไม่ต้องพักฟื้น
ผลลัพธ์: กรอบหน้าคม หน้ายกได้รูป ผิวมีความกระชับ

5. โปรแกรม Oligio (Monopolar RF เฟิร์มกระชับ)

โปรแกรม Oligio ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงกระตุ้นคอลลาเจนในทุกชั้น ทั้งชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน เพื่อลดขนามไขมันส่วนเกินให้เล็กลง และผิวกระชับขึ้น จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวเริ่มหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด รูขุมขนกว้าง

จุดเด่น: เจ็บน้อย เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดใน 1–3 เดือน
ผลลัพธ์: หน้ายก กระชับ ผิวแน่นและเฟิร์มขึ้น

6. โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แบบ Skin Booster (Restylane, Teoxane, Belotero Revive)

Skin Booster เป็นการเติมเต็มความชุ่มชื้นและสารบำรุงลึกสู่ผิวโดยตรง เหมาะกับผู้ที่มีผิวหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง เนื้อผิวไม่เรียบ และผิวแห้งขาดน้ำ จึงต้องเติมเต็ม Hyaluronic Acid เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และลดริ้วรอยบางจุดที่เกิดขึ้น

จุดเด่น: ใช้เวลาทำไม่นาน สามารถปรับการฉีดให้เป็นไปตามเฉพาะบุคคล โดยวัดจากสภาพผิวและปัญหา
ผลลัพธ์: ผิวเนียน ชุ่มชื้นนาน และมีความฉ่ำ

7. โปรแกรมเลเซอร์ Picosecond Laser

การทำโปรแกรม Pico Laser เป็นการเลเซอร์เพื่อให้เม็ดสีที่ทำงานผิดปกติมีความแตกละเอียด ทำให้สีผิวมีความสม่ำเสมอขึ้น อีกทั้งสามารถกระตุ้นคอลลาเจนได้ด้วย เหมาะกับปัญหาฝ้า กระ รอยสิว และจุดด่างดำ

จุดเด่น: ฟื้นตัวไว ทำได้แม้มีเวลาน้อย ผิวใสขึ้น
ผลลัพธ์: ผิวใส เรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอ

การดูแลตัวเองให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานขึ้น

เคล็ดลับดูแลตัวเองหลังทำหัตถการ ให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานขึ้น 

  1. ทากันแดดทุกวัน และครีมบำรุงอยู่เสมอ ป้องกันการเสื่อมสภาพของคอลลาเจน
  2. เลือกหัตถการให้เหมาะกับปัญหาและสภาพผิว
  3. เว้นระยะการทำตามคำแนะนำแพทย์
  4. ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ

สรุป

การดูแลตนเองโดยฟื้นฟูผิวหลังอายุ 30+ เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งการใช้หัตถการหรือวิธีทางการแพทย์เข้ามาช่วย จะทำให้เห็นผลเร็วขึ้นกว่าการบำรุงในชีวิตประจำวันทั่วไป แต่เมื่อทำหัตถการแล้วควรหมั่นดูแลผิวอยู่เสมอ เพื่อให้ผิวกลับมามีปัญหาอย่างน้อยที่สุด

Kalm Clinic มีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำปรึกษาฟรี คลิกเพื่อติดต่อได้เลย