ปัญหาผิวหย่อนคล้อยและใบหน้าที่ดูไม่กระชับ มักเกิดจากการที่คอลลาเจนใต้ผิวลดลงตามวัย ซึ่งเริ่มสังเกตได้ตั้งแต่อายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป ส่งผลให้ผิวดูไม่แน่นเหมือนเดิม หลายแบรนด์ความงามจึงพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยกกระชับ เพื่อช่วยยกผิวหน้าให้กลับมาตึงกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด
ปัจจุบันมีเครื่องยกกระชับหลายประเภทให้เลือกใช้ ทั้งแบบคลื่นอัลตราซาวด์ คลื่นวิทยุ หรือการทำหัตถการแบบผสมผสาน เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันไปของแต่ละคน
แต่ละเครื่องจึงมีจุดเด่นเฉพาะตัว แล้วแบบไหนที่เหมาะกับสภาพผิวของเรามากที่สุด? มาดูคำตอบไปพร้อมกัน
ศึกยกหน้าเรียว เลือกโปรแกรมยกกระชับแบบไหนดี
ทำไมต้องเครื่องยกกระชับ
เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินลดลง ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น ใบหน้าดูโรย เห็นร่องแก้ม เหนียงชัดขึ้น หรือกรอบหน้าที่ดูไม่คมเหมือนเดิม ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถแก้ได้ด้วยการใช้ครีมบำรุงเพียงอย่างเดียว เทคโนโลยีเครื่องยกกระชับจึงถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อช่วยฟื้นฟูความแน่นของผิวจากภายในโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดหรือพักฟื้นนาน เหมาะกับคนกลัวเจ็บ ซึ่งการทำเครื่องยกกระชับมีประโยชน์ดังนี้
- ยกผิวหน้าให้กระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เครื่องยกกระชับจะส่งพลังงานเข้าสู่ชั้นผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแน่น กระชับ และดูอ่อนเยาว์ขึ้น
- ปรับรูปหน้าให้เรียว เมื่อผิวกระชับขึ้น ร่องแก้มและเหนียงจะลดลง ทำให้กรอบหน้าดูชัด และใบหน้าแลดูเล็กลง
- เห็นผลได้โดยไม่ต้องพักฟื้น เพราะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล หลังทำสามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- ชะลอการหย่อนคล้อยในระยะยาว การทำเครื่องยกกระชับช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ทำงานอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาที่เหมาะสม ทำให้ผิวแข็งแรงและชะลอการหย่อนคล้อยในอนาคต
- เหมาะกับทุกเพศทุกวัย เพราะเราไม่จำเป็นต้องรอให้ผิวหย่อนคล้อยหนัก สามารถเริ่มดูแลผิวได้ตั้งแต่ช่วงอายุ 25 ปีขึ้นไปจะช่วยชะลอความเสื่อมของผิวได้ดีที่สุด
เครื่องยกกระชับกลุ่มคลื่นอัลตราซาวด์ (Focused Ultrasound)
เทคโนโลยีคลื่นอัลตราซาวด์เป็นหนึ่งในวิธียกกระชับผิวที่สามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) หรือชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการดึงหน้า แต่ทำได้โดยไม่ต้องผ่าตัด โดยพลังงานของคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัส (Focused Ultrasound) จะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ทำให้ผิวค่อยๆ ตึง กระชับ และยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
1. Ultraformer III
ใช้เทคโนโลยี MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ซึ่งส่งพลังงานได้ทั้งตื้นและลึก สามารถปรับหัวให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ เช่น รอบตา ใต้คาง หรือกรอบหน้า มีความเจ็บน้อย แต่ยังเห็นผลของการยกกระชับเช่นกัน เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ต้องการยกกระชับแบบสบายๆ ไม่เจ็บมาก ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
2. Ultraformer MPT
เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อจาก Ultraformer III โดย Ultraformer MPT (Micro Pulsed Technology) จะมีโหมด MP ที่ส่งพลังงานถี่ขึ้น แต่ละจุดกระจายพลังงานสม่ำเสมอ และสามารถทำหัตถการได้เร็วขึ้น ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนทั่วใบหน้าได้ละเอียดกว่าเดิม ให้ความรู้สึกสบายขณะทำ เหมาะสำหรับคนที่กังวลเรื่องความเจ็บ ผู้ที่ต้องการเห็นผลไว ผิวเริ่มหย่อนคล้อย อยากยกกระชับแบบไม่ต้องพักฟื้น อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน
เครื่องยกกระชับกลุ่มคลื่นวิทยุ (Radio Frequency)
เทคโนโลยี RF (Radio Frequency) เป็นอีกหนึ่งวิธียกกระชับผิวที่ได้รับความนิยมสูง เพราะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างล้ำลึกโดยไม่ต้องผ่าตัด
หลักการทำงานคือ การส่งพลังงานคลื่นวิทยุลงไปในชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมัน (Subcutaneous layer) เพื่อให้เกิดความร้อนในระดับที่เหมาะสม กระตุ้นให้เกิดการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนเก่า และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวแน่น เรียบ และยกกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
1. XERF
เทคโนโลยี Monopolar RF Dual-Frequency (6.78 MHz และ 2 MHz) ส่งพลังงานได้ลึก 3 ระดับ (ตื้น, กลาง, ลึกถึงชั้น SMAS) ทำให้กระตุ้นคอลลาเจนได้ครอบคลุมหลายชั้นผิว พร้อมปล่อยความเย็นเยอะขึ้น ทำให้สามารถใช้ยิงพลังงานสูงได้โดยที่ผิวชั้นนอกไม่บาดเจ็บ และหัวยิงที่ออกแบบให้มีขนาดกว้างขึ้น ทำให้ปล่อยพลังงานได้เยอะและครอบคลุม เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ต้องการยกกระชับเห็นผลแบบค่อยเป็นค่อยไป
2. Oligio
เทคโนโลยี Monopolar RF ที่ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน โดยมีความแม่นยำและลงพลังงานอย่างสม่ำเสมอ ทำให้คอลลาเจนเก่าหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวดูเต่งตึงขึ้น เหมาะกับผู้ที่ไม่อยากพักฟื้นนาน และผู้ที่มีต้องการให้ผิวมีความแน่นขึ้น
3. Oligio X
Oligio X เป็นเทคโนโลยี Monopolar RF ที่พัฒนามาจาก Oligio ซึ่งถูกออกแบบมาโดยการปล่อยความเย็นเพิ่มขึ้น ลดความเจ็บระหว่างทำ และเป็น Dual Mode (G Mode/ X Mode) โดยทำงานสลับลึกและตื้นทำให้ปรับการรักษาให้เข้ากับหลายชั้นผิวได้ เมื่อมีความเย็นเพิ่มขึ้น ทำให้สามารถปล่อยพลังงานได้มากขึ้น ผลการรักษาจึงดีขึ้นตามลำดับ เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าให้ดูเฟิร์มขึ้น และกลัวเจ็บ
สรุปเลือกเครื่องไหนดี
การแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยควรเริ่มตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อชะลอความเสื่อมของคอลลาเจน ทั้งนี้การเลือกวิธีรักษาควรอาศัยการประเมินจากแพทย์ และดูจากปัญหาผิวของเรา เพื่อวางแผนให้เหมาะกับโครงหน้าและสภาพผิวของแต่ละคน รวมถึงการดูแลอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ ยกกระชับ และดูสุขภาพดีอยู่เสมอ



