เมื่ออายุเพิ่มขึ้น โครงสร้างผิวและปริมาณคอลลาเจนในผิวมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลง ทำให้หลายคนเริ่มสังเกตเห็นว่าผิวดูไม่แน่นฟูเหมือนเดิม ความยืดหยุ่นลดลง หรือใบหน้าบางบริเวณเริ่มสูญเสียวอลลุ่ม การดูแลผิวจึงอาจไม่ได้มีเพียงการเติมความชุ่มชื้นจากภายนอก แต่ยังสามารถเลือกดูแลในระดับที่ลึกขึ้นได้ โดยโปรแกรม Lafullen เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลทั้งเรื่องวอลลุ่มและคุณภาพผิว

โปรแกรม Lafullen คืออะไร ?

โปรแกรม Lafullen (ลาฟูเลน) หนึ่งในผลิตภัณฑ์กลุ่ม Biostimulator ที่มีจุดเด่นในการช่วยเพิ่มวอลลุ่ม และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในผิว จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลทั้งเรื่องโครงสร้างผิวและคุณภาพผิว อย่างแลดูเป็นธรรมชาติ

ส่วนประกอบสำคัญในโปรแกรม Lafullen มีอะไรบ้าง?

โปรแกรม Lafullen (ลาฟูเลน) เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม PCL ที่มีส่วนประกอบหลัก 2 ส่วน ได้แก่ Porous PCL และ CMC-based Gel Carrier ซึ่งแต่ละส่วนมีหน้าที่แตกต่างกัน และทำงานร่วมกันเพื่อช่วยเติมเต็มและดูแลโครงสร้างผิว

1. Porous PCL 30% คืออะไร?

โปรแกรม Lafullen (ลาฟูเลน) ประกอบด้วย PCL (Polycaprolactone) เป็นโพลิเมอร์ที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ โดยในโปรแกรม Lafullen (ลาฟูเลน) อยู่ในรูปแบบ Porous PCL Microsphere หรืออนุภาค PCL ที่มีโครงสร้างเป็นรูพรุน

จุดเด่นของ PCL คือมีบทบาทในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ หรือ Neocollagenesis ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจนของผิว

เมื่อคอลลาเจนในผิวได้รับการกระตุ้นอย่างเหมาะสม จึงมีส่วนในการช่วยดูแลให้ผิวมีความแน่นและคุณภาพผิวที่ดีขึ้น

2. CMC-based Gel Carrier 70% คืออะไร?

อีกหนึ่งส่วนประกอบสำคัญของโปรแกรม Lafullen (ลาฟูเลน) คือ CMC-based Gel Carrier ซึ่งมี Carboxymethylcellulose (CMC) เป็นส่วนประกอบหลัก

CMC ทำหน้าที่เป็น เจลพาหะ (Gel Carrier) สำหรับนำพาอนุภาค PCL ไปยังบริเวณที่ได้รับการรักษา

นอกจากทำหน้าที่เป็นตัวพาแล้ว ส่วนของเจลยังเกี่ยวข้องกับการเติมเต็มในช่วงแรกหลังการฉีด ก่อนที่องค์ประกอบของผลิตภัณฑ์จะเปลี่ยนแปลงและ PCL จะมีบทบาทในกระบวนการสร้างคอลลาเจนตามมา

โปรแกรม Lafullen ช่วยดูแลเรื่องอะไร ?

โปรแกรม Lafullen (ลาฟูเลน) สามารถใช้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาที่เกี่ยวข้องกับวอลลุ่มและคุณภาพผิว โดยแพทย์จะพิจารณาตามโครงสร้างใบหน้าและความต้องการของแต่ละบุคคล

จุดที่สามารถดูแลได้ เช่น

  • ผิวที่ดูไม่อิ่มฟูหรือขาดความยืดหยุ่น
  • ผิวที่เริ่มดูไม่แน่นกระชับ
  • การสูญเสียวอลลุ่มในบางบริเวณของใบหน้า
  • ร่องหรือบริเวณที่เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงตามวัย
  • ผู้ที่ต้องการดูแลผิวให้ดูสดใสและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ทั้งนี้ บริเวณที่เหมาะสม ปริมาณ และเทคนิคการฉีดควรได้รับการประเมินโดยแพทย์เป็นรายบุคคล

โปรแกรม Lafullen เหมาะกับใคร?

โปรแกรม Lafullen (ลาฟูเลน) เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกในการดูแลผิวและโครงสร้างใบหน้า โดยเฉพาะผู้ที่รู้สึกว่า

  • โปรแกรม Lafullen (ลาฟูเลน) เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยหรือเริ่มขาดความยืดหยุ่นรู้สึกว่าผิวดูแห้ง โทรม หรือไม่แน่น ไม่กระชับเหมือนเดิม
  • โปรแกรม Lafullen (ลาฟูเลน) เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาใบหน้าตอบและโครงหน้าเปลี่ยนบางบริเวณของใบหน้าดูตอบหรือมีการเปลี่ยนแปลงของวอลลุ่มตามวัย
  • โปรแกรม Lafullen (ลาฟูเลน) เหมาะกับผู้ที่ต้องการงานผิวธรรมชาติ ช่วยในการฟื้นฟูโครงสร้างคอลลาเจนใต้ผผิวจากภายใ
  • โปรแกรม Lafullen (ลาฟูเลน) เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวม ต้องการดูแลคุณภาพผิวควบคู่ไปกับการเติมเต็มในบริเวณที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตามการจะทำโปรแกรม Lafullen ควรให้แพทย์ควรประเมินสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายของผู้รับบริการก่อนทุกครั้ง

โปรแกรม Lafullen ต่างจากการดูแลผิวทั่วไปอย่างไร?

การทาสกินแคร์เป็นส่วนสำคัญของการดูแลผิวในชีวิตประจำวัน แต่สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลเรื่องวอลลุ่มและโครงสร้างผิวในระดับที่ลึกขึ้น การเข้ารับหัตถการโดยแพทย์อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

โปรแกรม Lafullen (ลาฟูเลน) จึงเป็นการดูแลที่มุ่งเน้นทั้ง การเพิ่มวอลลุ่ม และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งแตกต่างจากการดูแลผิวภายนอกเพียงอย่างเดียว

ทำไมต้องประเมินกับแพทย์ก่อนทำโปรแกรม Lafullen?

เพราะใบหน้าของแต่ละคนมีโครงสร้าง ปริมาณวอลลุ่ม สภาพผิว และปัญหาที่แตกต่างกันออกไป

แพทย์จะประเมินตั้งแต่

โครงสร้างใบหน้า → คุณภาพผิว → จุดที่ต้องการดูแล → ปริมาณที่เหมาะสม → เทคนิคและตำแหน่งการฉีด

เพื่อออกแบบแนวทางการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

ดังนั้น การทำโปรแกรม Lafullen (ลาฟูเลน) ไม่ควรเลือกจากปริมาณหรือโปรโมชันเพียงอย่างเดียว แต่ควรให้ความสำคัญกับการประเมินโดยแพทย์และแผนการรักษาที่เหมาะสมกับใบหน้า

ผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Lafullen

โดยทั่วไปผลลัพธ์ของโปรแกรม Lafullen (ลาฟูเลน) สามารถอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน

โดยในช่วงแรกอาจเห็นการเติมเต็มหรือความอิ่มของผิวจากส่วนประกอบของ CMC-based Gel Carrier ในขณะที่ PCL (Polycaprolactone) มีบทบาทในการกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ของผิว จึงเป็นการดูแลที่มีทั้งเรื่องวอลลุ่มและคุณภาพผิว ทำให้ผิวดูแน่นขึ้น ยืดหยุ่นดีขึ้น และยกกระชับมากขึ้นในระยะยาว

ทั้งนี้ ผลลัพธ์และระยะเวลาที่เห็นการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ โครงสร้างใบหน้า ตำแหน่งที่ฉีด รวมถึงไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันด้วย

สรุปโปรแกรม Lafullen

โปรแกรม Lafullen (ลาฟูเลน) ถูกออกแบบมาเพื่อดูแลทั้งเรื่องวอลลุ่ม และคุณภาพผิว จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวให้ดู อิ่มฟู แน่นกระชับ และเป็นธรรมชาติ โดยต้องผ่านการประเมินและวางแผนโดยแพทย์ก่อนรับบริการ

Kalm Clinic มีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำปรึกษาฟรี คลิกเพื่อติดต่อได้เลย