ผิวของเรามีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน จากการใช้ชีวิตประจำวันและการดูแลตัวเอง แน่นอนว่าเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ปัญหาผิวที่จะตามมาคือการเกิดความหย่อนคล้อย ซึ่งเทคโนโลยีกระชับผิวอย่าง Oligio สามารถแก้ปัญหาเหล่านั้นได้ตั้งแต่เนิ่นๆ โดยไม่ต้องรอให้เกิดปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวที่มากเกินไป

ผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับ เกิดจากอะไร

ผิวหย่อนคล้อยและไม่กระชับ สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ดังนี้

ผิวหย่อนคล้อย

1. อายุเพิ่มขึ้น
ร่างกายของเราจะสามารถผลิตคอลลาเจนได้ตามธรรมชาติ เพื่อช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ เนียนละเอียด และกระจ่างใสไร้ริ้วรอย แต่เมื่ออายุครบ 25 ปีขึ้นไป กระบวนการเหล่านี้จะเสื่อมสภาพลงเรื่อยๆ คอลลาเจนที่เคยมีเยอะก็ลดลง จนผิวเกิดความไม่กระชับ มีริ้วรอย

2. ความเครียด
ความเครียดส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมา ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สามารถทำลายคอลลาเจนในผิวได้ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของคอลลาเจนที่จะช่วยให้ผิวของเรากระชับ เต่งตึง และแข็งแรงนั้นลดลง อีกทั้งการขมวดคิ้วแบบไม่รู้ตัวเมื่อเกิดความเครียด ก็จะทำให้เกิดริ้วรอยบริเวณหัวคิ้วและหน้าผาก

3. ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ที่เกิดขึ้นได้ทั้งเพศหญิงและเพศชาย ในช่วงวัยรุ่นจะผลิตออกมาจำนวนมาก เพื่อช่วยให้ผิวดูเต่งตึง เมื่อเวลาผ่านไปประสิทธิภาพในการผลิตฮอร์โมนจะลดลง จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย

4. พักผ่อนไม่เพียงพอ
การนอนในเวลาที่พอเหมาะจะช่วยให้ร่างกายหลั่ง Growth Hormone ออกมา ทำให้ร่างกายเราได้รับการฟื้นฟู ผิวดูอ่อนเยาว์ เมื่อนอนพักผ่อนไม่เพียงพอหรือนอนน้อย จะทำให้ร่างกายดูโทรม ไม่สดใส ผิวหย่อนคล้อย

5. มลภาวะที่ต้องเจอในชีวิตประจำวัน
มลภาวะต่างๆ เช่น แสงแดด ฝุ่น ควัน และอื่นๆ มีส่วนทำให้ผิวมีอายุมากขึ้น เนื่องจากแสงแดดจะเข้าไปกระตุ้นการเกิดอนุมูลอิสระ

ทำไมต้อง Oligio

Oligio ใช้เทคโนโลยี Monopolar RF ยิงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นที่แพทย์ใช้ผ่าตัดดึงหน้า
แต่ต่างจากการผ่าตัดคือทำ Oligio แล้วไม่มีแผล และไม่ต้องพักฟื้น
เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ คืนความแน่น ความเฟิร์มให้ผิว อีกทั้งยังสามารถช่วยสลายไขมันส่วนเกินบริเวณชั้นไขมันได้ด้วย

1. Oligio ช่วยให้ผิวมีความกระชับ เต่งตึง และเรียบเนียนขึ้น จากการยกกระชับของเทคโนโลยี
2. Oligio ช่วยกรอบหน้าชัดขึ้นจากการยกกระชับ
3. สามารถทำ Oligio ได้ตั้งแต่ช่วงอายุ 20 ต้นๆ หรือ 25 ขึ้นไป เพราะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลของคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้เริ่มหย่อนคล้อย มีความหลวม
4. Oligio เจ็บน้อย ดูแลง่าย ไม่ต้องพักฟื้น

  • เจ็บน้อยเพราะทำแล้วจะรู้สึกถึงความอุ่นๆ มากกว่าความเจ็บ รวมทั้งมีการทายาชาก่อนทำหัตถการเพื่อบรรเทาความเจ็บระหว่างทำ
  • ดูแลง่าย เมื่อทำหัตถการเสร็จแล้วสามารถแต่งหน้าได้ หรือทาครีมกันแดด และสกินแคร์ที่ใช้เป็นประจำวันได้ แต่ควรเว้นการทำหัตถการประเภทเลเซอร์หรืออบซาวหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังทำ
  • ไม่ต้องพักฟื้น เพราะทำเสร็จแล้วไม่ต้องห่วงเรื่องการดูแลรักษาแผล สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้เลย

5. ใบหน้าได้รูป ลดแก้มและเหนียงได้ เพราะ Oligio จะช่วยยกกระชับผิวและกล้ามเนื้อ เพื่อให้ผิวที่เริ่มมีปัญหาหย่อนคล้อยนั้นยกขึ้น หรือแก้มที่เคยป่องก็ดูเล็กลง
6. Oligio ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ หลังทำอาจเห็นผลที่เปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อย แต่คุณภาพผิวจะค่อยๆ ดีขึ้นในช่วง 1-3 เดือน และจะคงอยู่นานประมาณ 9-12 เดือน สามารถทำซ้ำได้ 1-2 ครั้งต่อไป

เริ่มทำ Oligio ตั้งแต่ต้นเห็นผลไวกว่า ฟื้นฟูง่ายกว่า

แน่นอนว่าการทำ Oligio ตั้งแต่เนิ่นๆ มีข้อดีในด้านการเห็นผลไว และฟื้นฟูได้ง่าย เพราะผิวเดิมของเรายังมีความยืดหยุ่นดี การตอบสนองต่อการรักษาจึงดีตามไปด้วย เรียกได้ว่าเป็นการรักษาผิวหน้าให้คงเดิมได้นานที่สุด การเริ่มยกกระชับผิวตั้งแต่ยังไม่เห็นปัญหา หรือมีปัญหาเพียงเล็กน้อยคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

ทำ Oligio ตอนผิวหย่อนคล้อยจะเห็นผลไหม

เมื่อผิวเกิดความหย่อนคล้อยแล้ว สามารถทำ Oligio ให้เห็นผลได้แต่อาจจะต้องใช้จำนวนช็อตที่มากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด หรืออาศัยกับการทำ Oligio ร่วมกับหัตถการอื่นได้ เช่น

1. Oligio กับ Ultraformer III ในผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลาง
2. Oligio กับ ฟิลเลอร์ ในผู้ที่อยากได้การเสริมหรือพยุงชั้นกระดูก ทำให้ใบหน้าดูยกขึ้น มีชีวิตชีวามากขึ้น
3. Oligio กับกลุ่ม Biostimulator อย่าง Sculptra และ Profhilo ในผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและต้องการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย ให้ผลิตเรื่อยๆ และคงอยู่ได้นานขึ้น เพราะกลุ่ม Biostimulator จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type 1 ทำให้ผิวกลับมาอ่อนเยาว์ ยกกระชับที่โครงสร้างภายใน

Oligio เหมาะกับช่วงอายุไหนบ้าง

1. ช่วงอายุ 25-30 ปี เริ่มดูแลก่อนผิวเปลี่ยน
เป็นวัยที่คอลลาเจนเริ่มเสื่อมลง ผิวไม่แน่นเหมือนที่เคยเป็น กรอบหน้าเริ่มไม่ชัดเพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น นอนดึก กินเยอะ ทำงานหนัก หรือความเครียด Oligio จึงเหมาะกับวัยนี้เพราะช่วยยกกระชับผิว สลายไขมันส่วนเกิน ชะลอความหย่อนคล้อย และดูแลโครงหน้าให้คงรูปไว้ได้นานขึ้น
2. ช่วงอายุ 30-40 ปี ยกกระชับผิวที่เริ่มเปลี่ยน
ช่วงอายุ 30-40 เป็นวัยที่เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง เช่น ร่องแก้มลึก มุมปากตก ใบหน้ามีความคล้อยมากขึ้น Oligio จึงตอบโจทย์เพราะช่วยยกกระชับชั้นลึกโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล เจ็บน้อย และได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นๆ หากต้องการแก้ไขได้ครบทุกปัญหา

3. ช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป ฟื้นฟูโครงสร้างผิว
เป็นวัยที่โครงสร้างผิวเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เพราะคอลลาเจนที่เสียไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น Oligio จึงเหมาะกับการยกกระชับและฟื้นฟูผิว แต่ต้องใช้จำนวนช็อตที่มากขึ้น สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ หากต้องการการฟื้นฟูที่ครบถ้วน

สรุป

Oligio เป็นหัตถการที่ไม่ต้องพักฟื้น เจ็บน้อย ไม่มีแผล แต่สามารถยกกระชับและลดขนาดไขมันส่วนเกินได้ด้วยเทคโนโลยี Monopolar RF และไม่ได้ทำให้เราหน้าเปลี่ยน แต่ช่วยให้เรากลับไปเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่สดใสขึ้น การทำ Oligio จึงสามารถทำได้ทุกช่วงวัยที่อยากดูแลผิว ป้องกันความหย่อนคล้อยของผิว เพราะจะทำให้ดูมีอายุ แต่การที่เราเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ จะทำให้สภาพผิวของเรามีความเฟิร์มกระชับได้นานขึ้น

Kalm Clinic มีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำปรึกษาฟรี คลิกเพื่อติดต่อได้เลย