รูขุมขนกว้างเป็นอีกหนึ่งปัญหาผิวที่ก่อกวนใจใครหลายคน เพราะทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียนและขรุขระ จึงมีวิธีดูแลรูขุมขนให้กระชับขึ้นหลากหลายวิธี ในบทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักสาเหตุของการเกิดรูขุมขนกว้าง พร้อมวิธีแก้ไขโดยการทำหัตถการและการดูแลผิวให้รูขุมขนกระชับอยู่เสมอ
สาเหตุที่ทำให้เกิดรูขุมขนกว้าง
รูขุมขนกว้าง (Enlarged Pores) คือรูขุมขนบนใบหน้าที่มีขนาดใหญ่จนเห็นได้ชัดขึ้น มีลักษณะคล้ายคลึงกับเปลือกส้ม ส่วนใหญ่จะพบบริเวณ T-Zone เช่น หน้าผาก หน้าแก้ม และะจมูก หรือบริเวณที่มีการขยายขนาดต่อมผลิตไขมันได้เยอะ มักเกิดจาก
- ผิวหน้ามัน จากการผลิตน้ำมันของต่อมไขมันที่ผิดปกติ เมื่อมีการผลิตน้ำมันในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้เกิดการสะสมบริเวณรูขุมขน จึงเกิดการขยายตัวเพื่อขับน้ำมันออกมา ทำให้คนที่มีผิวหน้ามันพบปัญหารูขุมขนกว้างมากกว่าคนทั่วไป
- ปัญหาสิว การเป็นสิวอุดตันหรือสิวอักเสบ ทำให้มีสิ่งสกปรกอุดตันในรูขุมขนและเกิดการอักเสบในที่สุด ทำให้รูขุมขนขยายตัว
- แสงแดด แสงแดดและรังสี UV สามารถทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวได้ ซึ่งทำให้ผิวไม่ยืดหยุ่นและเสื่อมสภาพลง เป็นการเร่งให้รูขุมขนกว้างขึ้นได้
- ฮอร์โมน การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนแอนโดรเจนเป็นการกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้เกิดการผลิตน้ำมันออกมาปริมาณามากในบางช่วง จนทำให้เกิดการขยายตัวของรูขุมขนบนใบหน้า
- พันธุกรรมหรือกรรมพันธุ์ เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่สำคัญไม่แพ้กับปัญหาผิวมัน เพราะเมื่อคนในครอบครัวมีปัญหารูขุมขนกว้าง อาจส่งผลต่อคนรุ่นถัดไปได้
- การดูแลผิวหน้า ที่ไม่ถูกต้องหรือไม่สะอาดมากพอ ทำให้ผิวสะสมคราบต่างๆ และแบคทีเรียในรูขุมขนได้ จึงเกิดการขยายให้กว้างขึ้นเพื่อระบายของเสียเหล่านี้ออกมา
ปัญหาที่เกิดจากรูขุมขนกว้าง
การที่รูขุมขนขนกว้างบริเวณใบหน้า สามารถส่งผลต่อผิวหน้าได้ดังนี้
- ผิวหน้าไม่เรียบเนียน
- เกิดสิวง่าย
- ผิวหมองคล้ำ เสื่อมสภาพ
- ใบหน้าเกิดความมัน
- ปัญหาริ้วรอย
รูขุมขนกว้าง แก้ให้หายถาวรได้ไหม?
รูขุมขนกว้างสามารถหายถาวรได้ไหม? คำตอบคือไม่สามารถหายได้อย่างถาวร เพราะขนาดของรูขุมขนเป็นโครงสร้างทางธรรมชาติของผิวหนัง ซึ่งสาเหตุที่ไม่สามารถหายอย่างถาวรได้คือ อายุและปัจจัยสิ่งแวดล้อมทำให้ผิวของเราเสื่อมลงเรื่อยๆ ตามกาลเวลา แต่เราสามารถดูแลให้รูขุมขนกระชับขึ้น ดูเล็กลง และเรียบเนียนขึ้นได้จากการดูแลอย่างเหมาะสม ทั้งการดูแลผิวหน้าด้วยตัวเองในแต่ละวัน และการรักษาโดยแพทย์ หรือการทำหัตถการนั่นเอง
การรักษารูขุมขนกว้างด้วยหัตถการ
การรักษารูขุมขนกว้างให้กระชับขึ้นโดยการทำหัตถการ มีดังนี้
- เลเซอร์กระชับรูขุมขน ประกอบไปด้วย Pico Laser และ Vivace
ซึ่งการเลเซอร์เป็นหัตถการกลุ่มแรกๆ ที่แพทย์เลือกใช้ในการกระชับรูขุมขน เนื่องจากแสงเลเซอร์จะเข้าไปกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน แต่ต้องอาศัยระยะเวลาและความถี่ในการทำ ซึ่งการกระชับรูขุมขนโดย Picosecond Laser ให้มีประสิทธิภาพที่ดีนั้นอยู่ในโหมด Fractional ส่วนเครื่องเลเซอร์ Vivace จะเป็นเทคโนโลยี Fractional Microneedle RF ทำหน้าที่ในการกระชับรูขุมขนโดยตรง ทำให้รูขุมขนกว้างนั้นกระชับขึ้น และขนาดของรูขุมขนเล็กลง - กระชับรูขุมขนด้วยเครื่องยกกระชับ Oligio และ Ultraformer III
การทำหัตถการด้วยเครื่องยกกระชับอย่าง Oligio จะใช้เทคโนโลยี Monoplar RF ทำให้ผิวกระชับ รูขุมขนเล็กลง และ Ultraformer III ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ (Ultrasound) จะทำให้รูขุมขนในชั้น Dermis (ชั้นหนังแท้) กระชับขึ้นได้ในส่วนหนึ่ง - ฟิลเลอร์งานผิว
สารเติมเต็ม HA ฟิลเลอร์นั้นสามารถฉีดเข้าไปเพื่อเติมในส่วนที่ผิวยุบ หรือเป็นร่องต่างๆ ให้เต็มขึ้น และรูขุมขนก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ถูกเติมเต็มโดย Hyaluronic Acid ที่มีโครงสร้างและองค์ประกอบเหมือนในร่างกาย ทำให้ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันและการแพ้ - หัตถการกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจนโดยตรง
การกระตุ้นคอลลาเจนโดยกลุ่ม Biostimulator อย่าง Sculptra Profhilo และ Juvelook จะเน้นการเห็นผลในระยะยาว เนื่องจากตัวยาจะเข้าไปกระตุ้นคอลลาเจนเสมือนจริงในร่างกาย เมื่อเรามีคอลลาเจนที่พอเหมาะ ผิวก็จะเกิดความกระชับ รูขุมขนที่เคยกว้างก็จะมีความกระชับมากขึ้น - โบท็อกซ์รูขุมขน
การฉีดโบท็อกซ์จะทำให้ต่อมไขมันและรูขุมขนหดตัวลง ตึงกระชับมากขึ้น ส่งผลให้ผิวมีความเรียบเนียนขึ้นจากเดิม อยู่ได้นานถึง 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่ใช้
เคล็ดลับการดูแลผิวให้รูขุมขนกระชับอยู่เสมอ
การดูแลผิวหลังทำหัตถการ หรือการดูแลให้รูขุมขนยังกระชับอยู่นั้น สามารถเริ่มได้จากการล้างหน้าให้สะอาดและถูกวิธี รวมทั้งใช้สกินแคร์ ครีมกันแดด ที่ปกป้องปราการผิวของเราเพื่อคงความแข็งแรงต่อไป การทำในทุกๆ วันเป็นประจำจะช่วยให้ผิวของเราเสมือนได้รับการปลอบประโลมอยู่ตลอด
สรุป
รูขุมขนกว้างสามารถรักษาให้ดูกระชับและมีขนาดเล็กลงได้ แต่ไม่สามารถทำให้หายได้อย่างถาวร เนื่องจากปัจจัยต่างๆ และกรรมพันธุ์ ทั้งนี้การทำหัตถการเพื่อลดขนาดรูขุมขนจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง เพื่อให้แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด และหลังทำหัตถการควรหมั่นดูแลผิวหน้าอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ และเพื่อให้เกิดปัญหาตามมาอย่างน้อยที่สุด



