Our sale has started!

วัน(s)

:

ชั่วโมง(s)

:

นาที(s)

:

สอง(s)

Our sale has started!

ร้อยไหมจมูกโด่งได้ไม่ง้อศัลย์คืออะไร ? ราคาเท่าไหร่ ? กี่วันเห็นผล ?

ร้อยไหมจมูกโด่งได้ไม่ง้อศัลย์คืออะไร ? ราคาเท่าไหร่ ? กี่วันเห็นผล ?

ร้อยไหมจมูกโด่งได้ไม่ง้อศัลย์คืออะไร? ราคาเท่าไหร่? กี่วันเห็นผล?

ปัจจุบันผู้คนนิยมเสริมจมูกเพื่อการเปลี่ยนแปลงรูปทรงจมูกให้มีความโด่งและมีมิติมากขึ้น แต่สำหรับผู้ที่กลัวการผ่าตัดแต่อยากมีจมูกที่โด่งขึ้น การร้อยไหมจมูกถือเป็นหัตถการที่ตอบโจทย์มาก เพราะใช้เวลาทำน้อย ไม่ต้องพักฟื้นนาน ไม่เป็นอันตราย ซึ่งจะมีข้อควรรู้ก่อนการร้อยไหมจมูก ดังนี้

ร้อยไหมจมูกคือ?

การร้อยไหมจมูก เป็นการร้อยไหมละลายเข้าไปบริเวณสันจมูก ปลายจมูก หรือปีกจมูก โดยไม่ต้องผ่าตัด ทำให้ไหมละลายเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว และจมูกดูโด่งขึ้นในที่สุด ผลลัพธ์หลังทำสามารถเห็นได้ชัดเจน แต่เนื่องจากเป็นไหมละลาย ทำให้เมื่อเวลาผ่านไปไหมจมูกจะค่อยๆ สลายไปตามระยะเวลาที่สมควร

ชนิดของไหมจมูกมีอะไรบ้าง?

การร้อยไหมจมูก

ชนิดของไหมที่นิยมใช้เพื่อร้อยไหมจมูก มีดังนี้

1. ไหม PDO (Polydioxanone) เป็นไหมที่เหมาะกับการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย มีความยืดหยุ่นปานกลาง ไม่เปราะนิ่ม แต่จะละลายได้ไว ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้น้อยกว่าไหมชนิดอื่น
2. ไหม PLLA (Polylactic acid) เป็นเส้นไหมที่มีความแข็งแรง คงทน อยู่ได้นาน แต่อาจเปราะหักง่ายกว่าชนิดอื่น
3. ไหม PCL (Polycaprolactone) เป็นเส้นไหมที่มีส่วนผสมของ PLLA มีความยืดหยุ่นสูงตามการเคลื่อนไหวของใบหน้า ทำให้ไม่เปราะหักง่าย และสามารถคงอยู่ได้นานกว่าไหม PDO และไหม PLLA

ข้อดี-ข้อเสีย ของการร้อยไหมจมูก

ข้อดีข้อเสียร้อยไหมจมูก

การร้อยไหมจมูกนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งจะขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล ดังนี้

ข้อดีของการร้อยไหมจมูก

1. เสริมจมูกโด่งแบบธรรมชาติ
2. หลังทำไม่ต้องพักฟื้นนาน สามารถนอนราบได้ตามปกติ
3. ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
4. อาการบวมช้ำหลังทำสามารถเกิดขึ้นได้ แต่มีความช้ำเพียงเล็กน้อย
5. จมูกโด่งแบบไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม
6. ปลอดภัย เจ็บน้อย ไม่เป็นอันตราย
7. สามารถละลายไปได้เอง โดยไม่ต้องกลัวว่าจะมีการตกค้าง

ข้อเสียของการร้อยไหมจมูก

1. ไม่เหมาะกับคนที่มีฐานจมูกหรือเนื้อจมูกน้อยเกินไป
2. การปรับรูปทรงจมูกสามารถทำได้ แต่อาจจะไม่หลากหลายเท่าศัลยกรรม
3. ผลลัพธ์หลังทำเห็นได้ชัด แต่ไม่สามารถอยู่แบบถาวรได้ เนื่องจากใช้ไหมละลาย

ร้อยไหมจมูกดีไหม ช่วยอะไรได้บ้าง

ร้อยไหมจมูกช่วยอะไร

การร้อยไหมจมูกสามารถทำให้จมูกเราโด่งขึ้น ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้

1. การร้อยไหมจมูกช่วยปรับสันจมูกให้มีความโด่ง ชัดขึ้น
2. การร้อยไหมจมูกช่วยแก้ปัญหาจมูกที่มีฮัมพ์ให้เรียบเนียนขึ้น
3. การร้อยไหมจมูกช่วยแก้ปัญหาปลายจมูกงุ้ม ปลายจมูกเอียง ทำให้ดูเชิ่ดและมีมิติขึ้น
4. การร้อยไหมจมูกช่วยทำให้ปีกจมูกเล็กและแคบลงได้ เนื่องจากร้อยบริเวณปลายให้มีความเชิ่ดขึ้น

ร้อยไหมจมูกเหมาะกับใครบ้าง

ร้อยไหมจมูกเหมาะกับใคร

การร้อยไหมจมูกโด่งได้ไม่ง้อศัลย์ เหมาะกับ

1. ผู้ที่กลัวการผ่าตัด หรือไม่อยากผ่าตัด แต่อยากให้จมูกโด่งขึ้น
2. ผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาในการพักฟื้น
3. ผู้ที่มีสันจมูกแบน ปีกจมูกกว้าง ปลายจมูกงุ้ม และจมูกมีฮัมพ์ ไม่เป็นทรง

ร้อยไหมจมูกใช้กี่เส้น ?

ร้อยไหมจมูกดั้งโด่งไหม

จำนวนไหมที่ใช้ในการร้อยไหมจมูกจะแตกต่างกันไปตามปัญหาของแต่ละบุคคล ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ โดยส่วนใหญ่จะใช้เส้นไหมจำนวน 3-5 เส้นขึ้นไป ร้อยบริเวณสันจมูก และใช้เส้นไหมจำนวน 2-3 เส้นขึ้นไป ร้อยบริเวณปลายจมูก

การร้อยไหมจมูกกี่วันเห็นผล อยู่ได้นานกี่ปี

ร้อยไหมจมูกอยู่ได้กี่ปี

การร้อยไหมระยะเวลาของผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างกันไปตามชนิดไหมที่ใช้ ดังนี้

1.ไหม PDO อยู่ได้นาน 4-6 เดือน
2. ไหม PLLA อยู่ได้นาน 12-18 เดือน
3. ไหม PCL อยู่ได้นาน 18-24 เดือน

ขั้นตอนการร้อยไหมจมูก

ขั้นตอนการร้อยไหมจมูก

การร้อยไหมจมูกโดยคุณหมอที่ Kalm Clinic มีขั้นตอน ดังนี้

1. ทำความสะอาดบริเวณจมูก และแปะยาชา (สามารถเลือกได้ว่าจะทายาชาหรือไม่)
2. ฉีดยาชาบริเวณที่จะร้อยไหมจมูก
3. เริ่มร้อยไหมจมูก โดยการใช้เข็มเปิดและใช้เข็มขนาดเล็กฉีดเส้นไหมเข้าไปใต้ผิวหนัง โดยจะมีรอยเข็มเปิดประมาณ 1-2 จุด และจะหายเองในช่วง 1-2 วัน
4. คุณหมอบีบนวดจมูกให้เป็นทรงตามที่ต้องการ อาจะมีรอยช้ำเล็กน้อย และจะหายเองในช่วง 3-4 วัน

การดูแลตัวเองหลังการร้อยไหมจมูก

ร้อยไหมจมูกมาดูแลตัวเองยังไง

หลังร้อยไหมจมูกวิธีดูแลตัวเอง ดังนี้

1. หลังทำอาจมีอาการบวมช้ำเล็กน้อย สามารถหายเองได้ใน 3-4 วัน หรือสามารถทานยาเพื่อลดอาการปวดและบวมได้
2. งดการแคะ แกะ เกา และกดนวดบริเวณที่ร้อยไหมจมูก
3. 48 ชั่วโมงแรกควรหลีกเลี่ยงความร้อนและกิจกรรมกลางแจ้งที่จะทำให้หน้าแดง เช่น อบซาวน่า ตากแดด หรือออกกำลังกายอย่างหนัก
4. ช่วง 1-2 สัปดาห์หลังทำ ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทหมักดอง หรืออาหารที่ต้องใช้ความร้อนหนักๆ

ราคาร้อยไหมจมูก

ราคาร้อยไหมจมูกที่ Kalm Clinic มีดังนี้

1. ร้อยไหมจมูก PLLA เส้นละ 2,999.- (ซื้อ 5 แถม 1)
2. ร้อยไหมจมูกสันหรือปลาย (PLLA) ไม่จำกัดเส้น 8,999.- net
3. ร้อยไหมจมูก 4D เส้นละ 9,999.- (2 เส้น 14,999.-)

สรุป

การร้อยไหมจมูก เป็นการใช้เส้นไหมแต่ละชนิดร้อยเข้าไปใต้ชั้นผิวของจมูก เพื่อให้มีความโด่งและชัดขึ้น เหมาะกับคนที่ไม่อยากผ่าตัดเพราะกลัวเจ็บ หรือผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ที่ผาดโผน เมื่อร้อยไหมจูกแล้วจะเห็นผลลัพธ์ได้ในทันที และตัวไหมที่ใช้จะเป็นไหมละลาย เมื่อเวลาผ่านไปเส้นไหมจะละลายไปตามอายุการใช้งาน และไม่มีตกค้าง

Your content goes here. Edit or remove this text inline or in the module Content settings. You can also style every aspect of this content in the module Design settings and even apply custom CSS to this text in the module Advanced settings.

ร้อยไหมจมูกโด่งได้ไม่ง้อศัลย์คืออะไร ? ราคาเท่าไหร่ ? กี่วันเห็นผล ?

ร้อยไหมจมูกโด่งได้ไม่ง้อศัลย์คืออะไร ? ราคาเท่าไหร่ ? กี่วันเห็นผล ?

ร้อยไหมจมูกโด่งได้ไม่ง้อศัลย์คืออะไร? ราคาเท่าไหร่? กี่วันเห็นผล? ร้อยไหมจมูกคือ ชนิดของไหมจมูกมีอะไรบ้าง ข้อดี-ข้อเสีย ของการร้อยไหมจมูก...

IV Drip ดริปวิตามินผิว บูสต์ร่างกาย กี่ครั้งเห็นผล ?

IV Drip ดริปวิตามินผิว บูสต์ร่างกาย กี่ครั้งเห็นผล ?วิตามินเป็นสิ่งที่ร่างกายควรได้รับอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ...

ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็ม...

IV Drip ดริปวิตามินผิว บูสต์ร่างกาย กี่ครั้งเห็นผล ?

IV Drip ดริปวิตามินผิว บูสต์ร่างกาย กี่ครั้งเห็นผล ?

IV Drip ดริปวิตามินผิว บูสต์ร่างกาย กี่ครั้งเห็นผล ?

วิตามินเป็นสิ่งที่ร่างกายควรได้รับอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่วนใหญ่จะสามารถรับวิตามินได้จากการทานผักผลไม้ หรืออาหารเสริม แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยทานผักและผลไม้ การดริปวิตามิน (IV Drip) ผ่านเส้นเลือดโดยตรง ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์

IV Drip คืออะไร?

IV Drip (Intravenous Vitamin Therapy) หรือการดริปวิตามิน คือการนำวิตามินและสารอาหารต่างๆ เข้าสู่ร่างกายผ่านเส้นเลือดดำโดยตรง ซึ่งจะทำให้ร่างกายรับและดูดซึมวิตามินได้อย่างรวดเร็วกว่าการทานผักผลไม้และอาหารเสริม โดยส่วนใหญ่การดริปวิตามินจะมีส่วนช่วยบำรุงสีผิวให้ดูสว่างขึ้น บำรุงสุขภาพ เสริมภูมิคุ้มกัน ให้ร่างกายดูสดชื่นขึ้น เสมือนได้รับการบูสต์พลังงาน

IV Drip ช่วยอะไร

IV Drip ช่วยอะไร

การดริปวิตามิน (IV Drip) สามารถช่วยได้หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับส่วนผสมหรือสูตรที่เลิกดริป เช่น

1. เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
2. บำรุงผิวให้มีความกระจ่างใสขึ้น และมีความสม่ำเสมอ
3. บูสต์พลังงานให้แก่ร่างกาย ลดความล้า
4. ดีท็อกซ์และฟื้นฟูร่างกาย
5. ช่วยให้ร่างกายรับวิตามินและสารอาหารโดยตรง
6. ช่วยฟื้นฟูผิวที่แห้งเสียให้กลับมามีชีวิตชีวา

IV Drip มีกี่สูตร

ข้อดีข้อเสียร้อยไหมจมูก

การทำ IV Drip ที่ Kalm Clinic มี 5 สูตร ดังนี้

1. Aura C เป็นการเสริมวิตามินซีบริสุทธิ์ให้ร่างกาย เพื่อช่วยเสริมสร้างภูมคุ้มกัน และทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น
2. Tationil เพิ่มความขาวใส และเปลี่ยนแปลงผิวได้อย่างอ่อนโยน
3. Aura Booster ช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่ง เสริมออร่า
4. Liver Detox ช่วยดีท็อกซ์ตับขับสารพิษออกจากร่างกาย หลังการเผชิญมลภาวะต่างๆ หรือหลังดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อฟื้นฟูร่างกาย
5. Perfect Aura เป็นสูตรที่จะช่วยฟื้นฟูผิวที่แห้งเสีย ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยการผสมผสานวิตามินเพื่อผิวโดยเฉพาะ

IV Drip เหมาะกับใคร

IV Drip เหมาะกับใคร

การดริปผิวเหมาะกับ

1. ผู้ที่ต้องการปริมาณวิตามินสูง และต้องการผลลัพธ์ที่เร่งด่วน
2. ผู้ที่ต้องการให้ผิวมีความกระจ่างใส สว่างขึ้น และมีออร่า
3. ผู้ที่อยากเติมวิตามิน อยากปรับสีผิว แต่ไม่ชอบวิตามินแบบทาน
4. ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหมองคล้ำให้ขาวใสขึ้น หลังจากโดนแดดจัด
5. ผู้ที่ร่างกายขาดวิตามินบางชนิด
6. ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกายจากความเครียดและเหนื่อยล้า แต่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเอง

ต้องทำ IV Drip กี่ครั้งจึงจะเห็นผล

ร้อยไหมจมูกเหมาะกับใคร

การดริปวิตามิน (IV Drip) ควรทำทุก 1-2 สัปดาห์ติดต่อกัน ส่วนใหญ่จะเห็นผลเมื่อทำต่อเนื่องกัน 4-6 ครั้งขึ้นไป (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาของแต่ละบุคคล)

สำหรับผู้ที่ต้องการดริปวิตามินเพื่อฟื้นฟูร่างกายจากความอ่อนล้า จะรู้สึกสดชื่นขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ

การดูแลหลังทำ IV Drip

หลังจากการทำ IV Drip สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ควรดื่มน้ำเยอะๆ และออกกำลังกายแต่พอดี รวมทั้งทาครีมกันแดดที่มี SPF สูงๆ

การดูแลหลังทำ IV Drip

ราคาการทำ IV Drip

ราคา IV Drip ที่ Kalm Clinic มีดังนี้

1. Aura C 1,000.-/โดส
2. Tationil 1,500.-/โดส
3. Aura Booster 2,500.-/ครั้ง
4. Liver Detox 3,500.-/ครั้ง
5. Perfect Aura 4,500.-/ครั้ง

*ซื้อ 4 ฟรี 1 ทุกสูตร

สรุป

IV Drip คือการเติมวิตามินเข้าสู่ร่างกายโดยตรง เพื่อฟื้นฟูผิวและร่างกายในระยะเวลาไม่นาน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับส่วนผสมของแต่ละสูตร เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพควรทำทุกๆ 1-2 สัปดาห์ หลังจากการดริปวิตามินควรดื่มน้ำเยอะๆ 2 ลิตรขึ้นไป และทาครีมกันแดดเป็นประจำ

Your content goes here. Edit or remove this text inline or in the module Content settings. You can also style every aspect of this content in the module Design settings and even apply custom CSS to this text in the module Advanced settings.

ร้อยไหมจมูกโด่งได้ไม่ง้อศัลย์คืออะไร ? ราคาเท่าไหร่ ? กี่วันเห็นผล ?

ร้อยไหมจมูกโด่งได้ไม่ง้อศัลย์คืออะไร ? ราคาเท่าไหร่ ? กี่วันเห็นผล ?

ร้อยไหมจมูกโด่งได้ไม่ง้อศัลย์คืออะไร? ราคาเท่าไหร่? กี่วันเห็นผล? ร้อยไหมจมูกคือ ชนิดของไหมจมูกมีอะไรบ้าง ข้อดี-ข้อเสีย ของการร้อยไหมจมูก...

IV Drip ดริปวิตามินผิว บูสต์ร่างกาย กี่ครั้งเห็นผล ?

IV Drip ดริปวิตามินผิว บูสต์ร่างกาย กี่ครั้งเห็นผล ?วิตามินเป็นสิ่งที่ร่างกายควรได้รับอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ...

ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็ม...

ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็ม ที่นิยมใช้จะเป็นประเภท ไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) เป็นสารธรรมชาติที่พบในร่างกายของเราอยู่แล้ว โดย HA ทำหน้าที่เสมือนฟองน้ำ ที่คอยดูดซับน้ำไว้ ทำให้ผิวดูอิ่มฟู เรียบเนียน เต่งตึง ดูอ่อนเยาว์ รวมไปถึงช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคต เมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในบริเวณที่ต้องการ ฟิลเลอร์จะไปช่วยเติมเต็มร่องลึกและริ้วรอยต่างๆ ส่วนเรื่องฟิลเลอร์ฉีดจุดไหนได้บ้าง ฉีดฟิลเลอร์เห็นผลเมื่อไหร่ เเละฉีดฟิลเลอร์แล้วอยู่ได้นานแค่ไหนนั้น ทุกคำถามมีคำตอบ

ฟิลเลอร์ฉีดจุดไหนได้บ้าง มัดรวม 6 จุดยอดนิยม

ฟิลเลอร์ฉีดจุดไหนได้บ้างหรือนิยมฉีดจุดไหนบ้าง การฉีดฟิลเลอร์นั้นสามารถฉีดได้ในหลายตำแหน่งขึ้นอยู่กับปัญหาที่ต้องการแก้ไข โดยการฉีดฟิลเลอร์บนใบหน้า คนส่วนมากมักนิยมฉีดฟิลเลอร์ใน 6 ตำแหน่ง ดังนี้

1. ฟิลเลอร์ใต้ตา

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคือตำแหน่งสุดฮิต ฟิลเลอร์ช่วยเข้าไปเติมเต็มร่องใต้ตาที่ยุบลงจากการทรุดตัวของผิว ช่วยแก้ปัญหาใต้ตาลึก ใต้ตาคล้ำ ขอบตาดำ และถุงใต้ตา ทำให้ริ้วรอยใต้ตาจางลงอย่างชัดเจน ช่วยให้ใต้ตาดูสว่างขึ้น ทำให้ใบหน้าดูสดใสและเด็กลง

ทำฟิลเลอร์ดียังไง

2. ฟิลเลอร์ปาก

การฉีดฟิลเลอร์ปาก เป็นการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปที่บริเวณปากบนและล่าง เพื่อเพิ่มปริมาณและปรับรูปทรงของริมฝีปาก ไม่ว่าจะเป็นทรงปากสายฝอ หรือทรงปากกระจับ ฟิลเลอร์สามารถทำให้สวยได้ตามที่ต้องการ ปากดูอวบอิ่มขึ้น มีมิติ และเห็นผลทันทีหลังฉีดฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์ปาก

3. ฟิลเลอร์แก้มส้ม หรือ Mid-face

การฉีดฟิลเลอร์แก้มส้ม หรือ Mid-face คือ จุดที่อยู่ระหว่างใต้ตากับแก้ม ระยะระหว่างโหนกแก้มกับจมูก การฉีดฟิลเลอร์ตำแหน่งนี้ช่วยให้ใบหน้ายกกระชับขึ้น ลดความหย่อนคล้อย เพิ่มความเต่งตึง และปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วนมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของแก้มที่มีลักษณะยุบหรือแบน การฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณนี้จะช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น

4. ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมในการปรับใบหน้าสำหรับคนที่มีร่องแก้มลึก ลดริ้วรอย โดยการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปเติมเต็มร่องลึกบริเวณข้างจมูกให้ตื้นขึ้น ทำให้ใบหน้าดูกระชับ อ่อนเยาว์ขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์แก้ม

5. ฟิลเลอร์ขมับ

ฟิลเลอร์ขมับ เหมาะสำหรับใครที่มีขมับตอบ หรือบริเวณขมับเว้าลึก โดยการฉีดฟิลเลอร์ที่ขมับทั้งสองข้างจะช่วยเติมเต็มให้ใบหน้าดูอิ่มฟูมากขึ้น ช่วยปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน บริเวณโหนกแก้มที่ดูเด่นก็จะดูนุ่มนวลขึ้น ทำให้ใบหน้าโดยรวมจะดูอ่อนเยาว์ขึ้น และยังช่วยยกกระชับบริเวณหางตาและหางคิ้ว

ฉีดฟิลเลอร์ขมับ
ฉีดฟิลเลอร์ตรงขมับ

6. ฟิลเลอร์คาง

ฟิลเลอร์คาง เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาคางสั้น คางบุ๋ม หรือคางไม่เท่ากัน โดยจะฉีดฟิลเลอร์เข้าไปบริเวณคางเพื่อปรับรูปทรงและขนาดของคางให้ดูสวยงามตามที่ต้องการ ทำให้หน้าดูสมส่วนและเรียวขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ที่คาง

7. ฟิลเลอร์กรอบหน้า

การฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้า เหมาะกับคนที่มีปัญหากรอบหน้าไม่คมชัด โดยจะฉีดฟิลเลอร์ไปที่บริเวณกรอบหน้าตั้งแต่คางไปจนถึงสันกราม เพื่อให้สันกรามมีความเด่นชัดดูมีมิติมากขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้า

ฉีดฟิลเลอร์เห็นผลเมื่อไหร่ ?

การฉีดฟิลเลอร์จะเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังฉีด แต่ฟิลเลอร์อาจจะยังไม่เข้าที่ เนื้อฟิลเลอร์ยังไม่กลืนกับผิว อาจส่งผลให้มีอาการบวมและดูเป็นก้อน จึงจำเป็นต้องอาศัยเวลาและการดูแลหลังทำเพื่อให้เนื้อฟิลเลอร์กลืนกับผิว

ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน ?

ฟิลเลอร์จะอยู่ได้นานเเค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับอายุการใช้งานของฟิลเลอร์เเละขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนี้

ตำแหน่งที่ฉีดฟิลเลอร์

ตำแหน่งที่ฉีดมีผลกับอายุหรือความคงสภาพฟิลเลอร์ ถ้าฉีดฟิลเลอร์บริเวณที่มีการขยับบ่อย เช่น ปาก หรือร่องแก้ม ฟิลเลอร์อาจจะสลายตัวเร็วกว่าตำแหน่งอื่น ที่มีการใช้งานหรือขยับน้อย

ยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ และฟิลเลอร์แต่ละรุ่น มีขนาดโมเลกุลและปริมาณ HA ไม่เท่ากัน เพราะมีกระบวนการผลิตไม่เหมือนกัน ทำให้อายุการใช้งานของฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อและรุ่นไม่เท่ากัน ยิ่งความเข้มข้นของ HA สูง เนื้อเจลก็จะสูง อยู่ได้นาน แต่ก็ขึ้นอยู่กับจุดหรือตำแหน่งที่ฉีดว่าฉีดได้ไหมหรือฉีดได้มากน้อยเเค่ไหน ปริมาณกี่ cc เพราะยิ่งเข้มข้นสูง เนื้อเจลก็จะเเข็ง

ความร้อนส่งผลต่อฟิลเลอร์

ความร้อนมีผลกับการสลายตัวลองฟิลเลอร์ เช่น การทำเลเซอร์ตรงบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ หรือการแสดงสีหน้าแรงๆ บ่อยๆ เพราะจะทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วขึ้นกว่าเดิม

การย่อยสลายของฟิลเลอร์

การย่อยสลายตามอายุการใช้งานของฟิลเลอร์เเละการดูแตัวเองของเเต่ละบุคคล เช่น ดื่มแอกอฮอล์ สูบบุรี่ ก็ทำให้ฟิลเลอร์ย่อยสลายได้ไวขึ้นกว่าเดิม

ปริมาณการฉีดฟิลเลอร์ที่เหมาะสม

ปริมาณการฉีดฟิลเลอร์ที่เหมาะสมส่งผลกับการสลายตัว ฉีดฟิลเลอร์น้อยไปบางไปก็สลายตัวได้ไว เเต่การฉีดฟิลเลอรมากไปก็ไม่ส่งผลดีเพราะอาจทำให้บริเวณที่ฉีดนั้นเกินจริงหรือดูเยอะไป ฉีดฟิลเลอร์ปริมาณที่เหมาะสมจะดีที่สุด

เมื่อทราบเเล้วว่าฟิลเลอร์คืออะไร ทำไมถึงฉีดฟิลเลอร์ รวมไปถึงจุดหรือตำแหน่งยอดฮิตที่นิยมฉีดฟิลเลอร์ เห็นผลเมื่อไหร่ เเละอยู่ได้นานเเค่ไหน ก็อย่าลืมสำรวจตัวเองอย่ารอให้ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยหรือปัญหามีริ้วรอย มาทำให้ลดความมั่นใจ เเละถ้าหากกำลังพบเจอปัญหาเหล่านี้ อยากที่จะแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ตรงจุด ปลอดภัย ก็สามารถเข้ามาปรึกษาได้ที่ Kalm Clinic กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับวิธีการรักษาที่ตอบโจทย์แก้ปัญหาได้ตรงจุดกับคุณมากที่สุด

“เพราะความงามของคุณคือความใส่ใจของเรา…ค้นพบความมั่นใจในตัวเองได้แล้ววันนี้ ที่คลินิกเสริมความงาม Kalm Clinic”

Your content goes here. Edit or remove this text inline or in the module Content settings. You can also style every aspect of this content in the module Design settings and even apply custom CSS to this text in the module Advanced settings.

ร้อยไหมจมูกโด่งได้ไม่ง้อศัลย์คืออะไร ? ราคาเท่าไหร่ ? กี่วันเห็นผล ?

ร้อยไหมจมูกโด่งได้ไม่ง้อศัลย์คืออะไร ? ราคาเท่าไหร่ ? กี่วันเห็นผล ?

ร้อยไหมจมูกโด่งได้ไม่ง้อศัลย์คืออะไร? ราคาเท่าไหร่? กี่วันเห็นผล? ร้อยไหมจมูกคือ ชนิดของไหมจมูกมีอะไรบ้าง ข้อดี-ข้อเสีย ของการร้อยไหมจมูก...

IV Drip ดริปวิตามินผิว บูสต์ร่างกาย กี่ครั้งเห็นผล ?

IV Drip ดริปวิตามินผิว บูสต์ร่างกาย กี่ครั้งเห็นผล ?วิตามินเป็นสิ่งที่ร่างกายควรได้รับอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ...

ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็ม...

Vivace รักษาหลุมสิว กระชับรูขุมขน คืออะไร ?

Vivace รักษาหลุมสิว กระชับรูขุมขน คืออะไร ?

Vivace รักษาหลุมสิว กระชับรูขุมขน คืออะไร ?

Vivace รักษาหลุมสิว กระชับรูขุมขน คืออะไร ?

สิว รอยสิว และหลุมสิว ปัญหากวนใจใครหลายๆ คน เพราะเป็นสิ่งที่รักษายากพอสมควร เนื่องจากต้องอาศัยระยะเวลาและความอดทน ซึ่งเทคโนโลยี Micro Needle เป็นนวัตกรรมที่ใช้เพื่อรักษาหลุมสิว และปัญหาผิวที่กล่าวมาได้อย่างตรงจุด โดย Vivace ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องเลเซอร์ที่สามารถตอบโจทย์ผู้ที่กังวลปัญหาเหล่านั้นได้

Vivace คืออะไร

เครื่องเลเซอร์ Vivace เป็นเทคโนโลยี Fractional Micro Needle RF ที่ใช้สำหรับการรักษาหลุมสิว รูมขุมขนกว้าง และปัญหาผิวไม่เรียบเนียนโดยตรง โดยการส่งพลังงานผ่านเข็มขนาดเล็ก (Micro Needle) ลงไปบนผิวหน้า พร้อมส่งคลื่น RF (Radio Frequency) ไปถึงผิวชั้นหนังแท้ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน

และกระตุ้น Hyaluronic Acid ช่วยให้ผิวถูกฟื้นฟู รวมถึงการใช้แสงสีแดงและสีน้ำเงิน (Red & Blue LED) ระหว่างที่ปล่อยเข็มลงไปบนผิวหน้า จะช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ และรักษาสิวได้อีกด้วย ซึ่งสามารถปรับระดับความลึกได้ตามปัญหาผิวของแต่ละคน เหมาะกับปัญหาหลุมสิวทุกรูปแบบ

Vivace ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง

สิว รอยสิว และหลุมสิว ปัญหากวนใจใครหลายๆ คน เพราะเป็นสิ่งที่รักษายากพอสมควร เนื่องจากต้องอาศัยระยะเวลาและความอดทน ซึ่งเทคโนโลยี Micro Needle เป็นนวัตกรรมที่ใช้เพื่อรักษาหลุมสิว และปัญหาผิวที่กล่าวมาได้อย่างตรงจุด โดย Vivace ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องเลเซอร์ที่สามารถตอบโจทย์ผู้ที่กังวลปัญหาเหล่านั้นได้

Vivace ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

การทำ Vivace จะช่วยแก้ปญหาผิว ดังต่อไปนี้

1. Vivace ช่วยลดสิว และรักษาหลุมสิว (Acne Scars)
2. Vivace ช่วยรักษารูขุมขนกว้าง (Pore Reduction) ให้มีความกระชับขึ้นจากเดิม
3. Vivace ช่วยให้ผิวได้รับการฟื้นฟูจากการกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน
4. Vivace ช่วยลดเลือนริ้วรอยต่างๆ เช่น รอยแผลเป็น รอยแตกลาย และริ้วรอยที่เกิดขึ้นบนใบหน้า
5. Vivace ช่วยให้ผิวที่หย่อนคล้อยกลับมาตึงกระชับ
6. Vivace ช่วยให้ผิวมีความกระจ่างใสขึ้นจากเดิม

Vivace เหมาะกับใคร

Vivace เหมาะกับใคร

Vivace เหมาะกับ

1. ผู้ที่ต้องการรักษาปัญหาหลุมสิวทุกรูปแบบ
2. ผู้ที่ต้องการให้ผิวมีความกระชับขึ้น รูขุมขนเล็กลง
3. ผู้ที่อยากลดปัญหาริ้วรอยต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนใบหน้า
4. ผู้ที่อยากให้ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้น

Vivace ต้องทำกี่ครั้ง

ทำ Vivace ต้องทำกี่ครั้ง

การทำ Vivace เพื่อให้เห็นผลชัดเจนจะขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล ซึ่งควรทำให้ครบ 3 ครั้งขึ้นไป โดยเว้นช่วงทุกๆ 1 เดือนติดต่อกัน แต่หากทำครบ 4 ครั้ง จะทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากถึง 74%-91%

ขั้นตอนการทำ Vivace

ขั้นตอนการทำ Vivace ที่ Kalm Clinic มีดังนี้

1. ปรึกษาแพทย์ก่อนการทำหัตถการ
2. ทำความสะอาดใบหน้าและแปะยาชาประมาณ 45 นาทีขึ้นไป เพื่อบรรเทาความเจ็บระหว่างทำ
3. แพทย์เริ่มทำหัตถการ Vivace โดยการเลือกระดับความลึกให้เหมาะสมกับปัญหา โดยการยิงเลเซอร์ประมาณ 30-45 นาที

การดูแลหลังทำ Vivace

การดูแลหลังทำ Vivace

หลังทำ Vivace ควรมีการปฏิบัติตัว ดังนี้

1. มีรอยแดงจากเข็มประมาณ 3-5 ชั่วโมง หลังทำเสร็จทันที แต่รอยเหล่านี้สามารถหายได้เองแบบค่อยๆ จางลง
2. 24 ชั่วโมงแรก งดล้างหน้าหรือทำให้ใบหน้ามีความชื้น เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่จะเกิดขึ้นได้
3. เมื่อครบ 24 ชั่วโมงหลังทำเสร็จ สามารถล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด หรือเจลล้างหน้าอ่อนๆ ได้
4. งดถู แกะ และเกา บริเวณที่ทำเลเซอร์
5. หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หรือบริเวณที่มีแดดจัด ประมาณ 2 สัปดาห์หลังทำเลเซอร์
6. ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF30 PA+ ขึ้นไปเป็นประจำ

ราคา Vivace

ราคาทำ vivace

ราคา Vivace ที่ Kalm Clinic มีดังนี้

  • Fractional Vivace 1 โหมด แถม Vivace Toning 1 โหมด 5,900.-
  • Fractional Vivace 5 โหมด แถม Vivace Toning 5 โหมด 25,900.-

สรุป

Vivace เป็นเลเซอร์ที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องสิว รอยสิว และหลุมสิว โดยเฉพาะ เพราะเป็นการใช้เทคโนโลยี Fractional Micro Needle RF ที่ส่งพลังงานผ่านเข็มเล็กๆ ลงไปสู่ชั้นผิวโดยตรง รวมถึงช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้อีกด้วย เหมาะกับผู้ที่กังวลเกี่ยวกับหลุมสิว และอยากฟื้นฟูคุณภาพผิว ควรทำประมาณ 3 ครั้งขึ้นไป เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

Your content goes here. Edit or remove this text inline or in the module Content settings. You can also style every aspect of this content in the module Design settings and even apply custom CSS to this text in the module Advanced settings.

ร้อยไหมจมูกโด่งได้ไม่ง้อศัลย์คืออะไร ? ราคาเท่าไหร่ ? กี่วันเห็นผล ?

ร้อยไหมจมูกโด่งได้ไม่ง้อศัลย์คืออะไร ? ราคาเท่าไหร่ ? กี่วันเห็นผล ?

ร้อยไหมจมูกโด่งได้ไม่ง้อศัลย์คืออะไร? ราคาเท่าไหร่? กี่วันเห็นผล? ร้อยไหมจมูกคือ ชนิดของไหมจมูกมีอะไรบ้าง ข้อดี-ข้อเสีย ของการร้อยไหมจมูก...

IV Drip ดริปวิตามินผิว บูสต์ร่างกาย กี่ครั้งเห็นผล ?

IV Drip ดริปวิตามินผิว บูสต์ร่างกาย กี่ครั้งเห็นผล ?วิตามินเป็นสิ่งที่ร่างกายควรได้รับอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ...

ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็ม...

โบท็อกซ์คืออะไร? สิ่งที่ควรรู้ก่อนฉีด Botox

เรื่องควรรู้ก่อนฉีดโบท็อกซ์

โบท็อกซ์คืออะไร? สิ่งที่ควรรู้ก่อนฉีด Botox

โบท็อกซ์คืออะไร? สิ่งที่ควรรู้ก่อนฉีด Botox

หากในตู้ยาสามัญประจำบ้านมียาพารา ยาสามัญประจำหน้าของเราก็น่าจะมีโบท็อกซ์ (Botox) เพราะเป็นหัตถการที่คนนิยมฉีดเพื่อลดกราม ปรับรูปหน้า และอื่นๆ แม้ว่าจะคงอยู่ได้ไม่ถาวรแต่ผลลัพธ์ก็เป็นที่น่าพอใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรศึกษาให้ดีก่อนเริ่มเข้าสู่วงการฉีดโบท็อกซ์

Botox คืออะไร ?

โบท็อกซ์ (Botox) หรือ BotulinumToxin Type A หัตถการสุดฮิตที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าวงการความงามของใครหลายๆ คน เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท มีผลให้กล้ามเนื้อคลายตัวชั่วคราว ใช้เพื่อปรับรูปหน้าให้เรียว ลดกราม ลดริ้วรอย ลดเหงื่อ ลดกลิ่นตัว และทำให้ผิวเต่งตึงได้ จึงควรเลือกใช้ตัวยาที่มีความปลอดภัย มีมาตรฐานผ่านอย.

และกระตุ้น Hyaluronic Acid ช่วยให้ผิวถูกฟื้นฟู รวมถึงการใช้แสงสีแดงและสีน้ำเงิน (Red & Blue LED) ระหว่างที่ปล่อยเข็มลงไปบนผิวหน้า จะช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ และรักษาสิวได้อีกด้วย ซึ่งสามารถปรับระดับความลึกได้ตามปัญหาผิวของแต่ละคน เหมาะกับปัญหาหลุมสิวทุกรูปแบบ

โบท็อกซ์ช่วยอะไร ฉีดจุดไหนได้บ้าง

โบท็อกซ์ช่วยอะไร

1. โบท็อกซ์ลดริ้วรอยบริเวณใบหน้า
โบท็อกซ์ (Botox) จะช่วยลดริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าและอารมณ์ เช่น บริเวณหน้าผาก หางตา ระหว่างคิ้วและอื่นๆ ที่เกิดขึ้นบนใบหน้า เน้นความเป็นธรรมชาติ

2. โบท็อกซ์กราม
โบท็อกซ์ (Botox) จะช่วยแก้ไขปัญหาใบหน้าไม่เท่ากัน หรือลดกรามให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลง อีกทั้งช่วยลดอาการนอนกรนได้อีกด้วย

3. โบท็อกซ์ลิฟท์กรอบหน้า
โบท็อกซ์ (Botox) จะฉีดบริเวณกรอบหน้าใต้คาง ทำให้สันกรามดูคม และกรอบหน้ามีความชัดขึ้นเสมือนการกระชับผิวขึ้นไป

4. โบท็อกซ์ลดขนาดน่อง แขนและบ่า
เป็นการฉีดโบท็อกซ์ (Botox) เข้าไปเพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณน่อง แขน และบ่าให้มีขนาดเล็กลง ซึ่งจะใช้ตัวยาปริมาณมากกว่าการฉีดบริเวณใบหน้า เพราะมัดกล้ามเนื้อมีความใหญ่กว่า

5. โบท็อกซ์รักแร้ ลดเหงื่อ
ปัญหาเหงื่อเยอะจะส่งผลให้มีกลิ่นตัวที่ไม่พึงประสงค์ เราสามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดโบท็อกซ์ (Botox) บริเวณรักแร้เพื่อลดเหงื่อและเพิ่มความมั่นใจได้

6. บริเวณพิเศษอื่นๆ
เช่น การฉีดโบท็อกซ์ (Botox) เพื่อลดขนาดปีกจมูก แก้ปัญหามุมปากตก และบริเวณอื่นๆ สามารถปรึกษาคุณหมอได้

โบท็อกซ์กี่วันเห็นผล? อยู่ได้นานกี่เดือน?

โบท็อกซ์กี่วันเห็นผล

การเห็นผลของโบท็อกซ์ (Botox) จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งการฉีดและปริมาณตัวยาที่ใช้

  • โบท็อกซ์ลดกราม เริ่มเห็นผลใน 2-4 สัปดาห์
  • โบท็อกซ์ลดริ้วรอย เริ่มเห็นผลใน 1 สัปดาห์
  • โบท็อกซ์ลิฟท์กรอบหน้า เริ่มเห็นผลใน 1-2 สัปดาห์

ซึ่งโบท็อกซ์ (Botox) จะให้ผลลัพธ์ที่ไม่ถาวร ส่วนใหญ่อยู่ได้นาน 4-6 เดือน จึงสามารถเติมได้เรื่อยๆ ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม แบ่งตามยี่ห้อโบท็อกซ์ ได้ดังนี้

  • Botox Allergan เป็นโบอเมริกาแบรนด์แรกที่ได้รับ US FDA มีความบริสุทธิ์ 99.5% อยู่ได้นานประมาณ 6-8 เดือน
  • Botox Xeomin โบเยอรมันที่มีความบริสุทธิ์ 100% อยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือน
  • Botox Nabota เป็นโบเกาหลีตัวเดียวที่ได้รับ US FDA มีความบริสุทธิ์ 98.7% อยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน
  • Botox Aestox โบเกาหลีที่มีความบริสุทธิ์ 99.5% อยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน

วิธีเช็คโบท็อกซ์แท้

วิธีเช็คโบท็อกซ์ (Botox) แท้ สามารถแบ่งวิธีการเช็คตามยี่ห้อโบท็อกซ์ ได้ดังนี้

วิธีเช็คโบท็อกซ์แท้

วิธีเช็คโบท็อกซ์ Allergan

    • เลข Lot. ตรงกันทั้งบริเวณกล่องและขวดยา
    • ภายในกล่องมีเอกสารกำกับภาษาไทย และเลขทะเบียน อย.
    • ด้านข้างของขวดมีโฮโลแกรมคำว่า “Allergan”
    • มีสติกเกอร์ซีลปิดฝากล่อง
วิธีเช็คโบท็อกซ์ Xeomin

วิธีเช็คโบท็อกซ์ Xeomin

    • เลข Lot. ต้องตรงกันทั้งบริเวณกล่องและขวดยา
    • มีคำว่า “ยาควบคุมพิเศษ” อยู่บริเวณหลังกล่อง
    • ภายในกล่องมีเอกสารกำกับเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
    • สามารถสแกน QR Code ด้านข้างกล่องเพื่อเช็คได้
วิธีเช็คโบท็อกซ์ Nabota

วิธีเช็คโบท็อกซ์ Nabota

    • เลข Lot. ต้องตรงกันทั้งบริเวณกล่องและขวดยา
    • สามารถขูดและสแกน QR Code ด้านข้างกล่องเพื่อเช็คได้
    • สติกเกอร์ Russel Hologram ด้านข้างกล่องจะมีตัวอักษร MN ขึ้นมาเมื่อส่องไฟ
    • บริเวณฝากล่องจะมีสติกเกอร์โฮโลแกรมคำว่า “MONTARA”
วิธีเช็คโบท็อกซ์ Aestox

วิธีเช็คโบท็อกซ์ Aestox

    • เลข Lot. และวันเดือนปี ที่ผลิต และวันหมดอายุ ต้องตรงกันทั้งบริเวณกล่องและขวดยา
    • สามารถขูดและสแกน QR Code บนกล่องเพื่อเช็คได้
    • กล่องจะยังไม่ถูกเปิด บริเวณด้านข้างจะมีรอยประ และคำว่า Open Here
    • มีเลข อย. ข้างกล่อง และมีเอกสารกำกับเป็นภาษาไทยภายในกล่อง

ขั้นตอนการฉีดโบท็อกซ์

ขั้นตอนการฉีดโบท็อกซ์ (Botox) โดยคุณหมอ มีดังนี้

1. ทำความสะอาดใบหน้าบริเวณที่จะฉีดโบท็อกซ์
2. ประคบเย็นบริเวณที่ฉีดเพื่อลดความเจ็บ
3. คุณหมอทำการฉีดโบท็อกซ์ตามบริเวณที่ต้องการรักษา (มีระยะเวลาในการทำประมาณ 10-15 นาที)
4. นัด Follow Up เพื่ออัปเดตผลการรักษาหลังฉีด 2 สัปดาห์

การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์

การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์

หลังการฉีดโบท็อกซ์ (Botox) ควรหลีกเลี่ยงการกด นวด และถูบริเวณที่ฉีด เพื่อไม่ให้ตัวยาโบท็อกซ์กระจายไปยังบริเวณอื่นที่ไม่ต้องการ

  • 1-2 ชั่วโมงแรก: ขยับกล้ามเนื้อในจุดที่ฉีดโบท็อกซ์ เพื่อให้ตัวยากระจายเข้าสู่กล้ามเนื้อ
  • 2-3 ชั่วโมงแรก: รอยนูนจากการฉีดจะเริ่มหาย
  • 4 ชั่วโมงแรก: งดนอนราบหรือก้มหน้า
  • 2 วันแรก: หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายและการเล่นโยคะ
  • 2 สัปดาห์แรก: จะเริ่มเห็นผลการรักษา งดการกดนวด, อบซาวน่า, ทำทรีตเมนท์ หรือเลเซอร์ทุกชนิด เพราะความร้อนจะทำให้ตัวยาโบท็อกซ์สลายไวขึ้น

*สามารถอาบน้ำอุ่น แต่งหน้า โดนแดด และทานปิ้งย่างชาบูได้ตามปกติ

ราคาโบท็อกซ์

การฉีดโบท็อกซ์ (Botox) จะมีราคาแตกต่างกันไปตามแต่ละพาร์ทที่ฉีดและยี่ห้อโบท็อกซ์ ดังนี้

ราคา botox
  • Botox Allergan 100U (25,000.-)
  • Botox Xeomin 100U (14,999.-)
  • Botox Nabota 100U (12,500.-)
  • Botox Aestox 100U (9,999.-)

สรุป

โบท็อกซ์ (Botox) เป็นยาที่มีผลให้กล้ามเนื้อคลายตัวชั่วคราว นิยมฉีดเพื่อปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย ลดกราม และอื่น ๆ ระยะเวลาการเห็นผลจะอยู่ในช่วง 2-4 สัปดาห์ และอยู่ได้นานกว่า 4-6 เดือน (ขึ้นอยู่กับแบรนด์ที่ใช้ และการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล) หลังทำควรงดการกด นวด และถูบริเวณที่ฉีด เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาโบท็อกซ์กระจายไปในจุดที่ไม่ต้องการ ที่สำคัญควรงดการนอนราบใน 4 ชั่วโมงหลัง

Your content goes here. Edit or remove this text inline or in the module Content settings. You can also style every aspect of this content in the module Design settings and even apply custom CSS to this text in the module Advanced settings.

ร้อยไหมจมูกโด่งได้ไม่ง้อศัลย์คืออะไร ? ราคาเท่าไหร่ ? กี่วันเห็นผล ?

ร้อยไหมจมูกโด่งได้ไม่ง้อศัลย์คืออะไร ? ราคาเท่าไหร่ ? กี่วันเห็นผล ?

ร้อยไหมจมูกโด่งได้ไม่ง้อศัลย์คืออะไร? ราคาเท่าไหร่? กี่วันเห็นผล? ร้อยไหมจมูกคือ ชนิดของไหมจมูกมีอะไรบ้าง ข้อดี-ข้อเสีย ของการร้อยไหมจมูก...

IV Drip ดริปวิตามินผิว บูสต์ร่างกาย กี่ครั้งเห็นผล ?

IV Drip ดริปวิตามินผิว บูสต์ร่างกาย กี่ครั้งเห็นผล ?วิตามินเป็นสิ่งที่ร่างกายควรได้รับอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ...

ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็ม...

Pico Laser คืออะไร? ช่วยอะไรได้บ้าง ? กี่ครั้งเห็นผล ?

Pico Laser คืออะไร? ช่วยอะไรได้บ้าง ? กี่ครั้งเห็นผล ?

Pico Laser คืออะไร? ช่วยอะไรได้บ้าง ? กี่ครั้งเห็นผล ?

Pico Laser คืออะไร? ช่วยอะไรได้บ้าง ? กี่ครั้งเห็นผล ?

นวัตกรรมเลเซอร์ที่ช่วยรักษาปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุม และเป็นที่นิยม คงไม่พ้นเครื่อง Pico Laser ที่จะช่วยเกี่ยวกับการลบริ้วรอยต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนผิวพรรณของเราได้อย่างตรงจุดและมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากเครื่องเลเซอร์นี้จะเข้าไปทำให้เม็ดสีมีอนุภาคที่เล็กลง และกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว

Pico Laser คืออะไร

Picosecond Laser หรือ Pico Laser (พิโค่เลเซอร์) คือเลเซอร์ที่ช่วยรักษาปัญหาผิวและจัดการเม็ดสี โดยการปล่อยพลังงานคลื่นความถี่สูงในระยะเวลาสั้นๆ (ความเร็วสูงถึง 1 ต่อล้านล้านวินาที) ส่งผลให้เม็ดสีเกิดการแตกตัวไวขึ้น จนมีขนาดเล็กลง ทำให้จุดด่างดำ ฝ้า กระ และรอยดำรอยแดงจากสิวเริ่มจางลง อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้กระชับรูขุมขน รักษาหลุมสิว ผิวไม่เรียบเนียน ปัญหาสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ รวมถึงรอยฝังลึกในผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) จึงสามารถลบรอยสักได้ด้วย

Pico Laser มีกี่แบบ

Pico Laser มีกี่แบบ

การลดเลือนรอยดำรอยแดง ฝ้า กระ ดูแลปัญหาผิวด้วยเครื่อง Pico Laser แต่ละแบบ อาจได้ผลลัพธ์และผลข้างเคียงที่แตกต่างกันไปตามเทคโนโลยี ดังนี้

1. Pico MajestyPico

Majesty ผลิตโดยบริษัท Wontech Asia ประเทศเกาหลีใต้ เป็นนวัตกรรมเลเซอร์ใหม่ล่าสุดที่มีการปลดปล่อยพลังงานด้วยความเร็วสูงสุด 250 Picosecond ตัวแรกของโลก ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สั้นที่สุด หากเทียบกับ Pico Laser ประเภทอื่น โดยจะส่งพลังงานไปยังเป้าหมายที่ต้องการเท่านั้น ทำให้มีประสิทธิภาพการทำลายเม็ดสีให้แตกละเอียดได้สูง ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องการลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ รอยสิว ฝ้า กระ รักษารอยแผลเป็น ปาน และรอยสักที่ต้องการลบ อีกทั้งมีการกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวดูกระจ่างใสและเรียบเนียน

2. PicoLO

PicoLO Laser เป็น True Picosecond Laser ผลิตโดยบริษัท LASEROPTEK Co.,Ltd. ประเทศเกาหลีใต้ โดยการใช้เทคโนโลยี Fractional 1064 Picosecond Laser with 3 Depth ที่สามารถปล่อยพลังงานลงไปได้ลึกถึง 3 ชั้นผิวโดยไม่ทำลายผิวชั้นบน ทำให้หลังทำไม่ค่อยมีการระคายเคืองผิว ใช้เวลาพักฟื้นได้น้อยลงกว่าเลเซอร์ประเภทอื่น

3. PicoSure

PicoSure ผลิตโดยบริษัท Cynosure Inc. ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งพลังงานไปยังเม็ดสีได้อย่างจำเพาะเจาะจง มีเอกสิทธิ์เฉพาะ (PRESSUREWAVE ™ และ FOCUS™ LENS ARRAY) ทำให้พลังงานที่ส่งไปยังผิวหนังกลายเป็นคลื่นความดัน จึงไม่ทำลายผิวหนังบริเวณรอบๆ

4. PicoWay

PicoWay ผลิตโดยบริษัท Candela Corporation ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเทคโนโลยี Fractional Laser ปล่อยพลังงานคลื่นความถี่สูงในระยะเวลาสั้นๆ ทำให้เม็ดสีมีอนุภาคเล็กลง กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว โดยที่ไม่กระทบผิวหนังบริเวณอื่น มีจุดเด่นในเรื่องการลบรอยสัก แก้ปัญหากระลึก และรอยดำจากสิว

5. PicoPlus

PicoPlus ผลิตโดยบริษัท Lutronic ประเทศเกาหลีใต้ เป็นเครื่องเลเซอร์ที่ถูกพัฒนามาเพื่อชาวเอเชียโดยเฉพาะ ส่งพลังงานไปเพื่อลดการทำงานที่ผิดปกติของเม็ดสี โดยการทิ้งความร้อนไว้ใต้ผิวให้น้อยที่สุด เป็นการทำงานร่วมกันของเทคโนโลยี Q-Switched Laser และ Fractional Laser ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เพื่อทำให้ผิวดูเรียบเนียน กระจ่างใส และเติมเต็มหลุมสิวให้ตื้นขึ้น

6. Discovery Pico

Discovery Pico ผลิตโดยบริษัท Quanta System ประเทศอิตาลี พัฒนาต่อจากเลเซอร์ประเภท Nd:YAG ที่ปล่อยพลังงานแบบ Nanosecond จนกลายเป็น Picosecond ที่ให้พลังงานสูงและรวดเร็วกว่าเดิม สามารถปล่อยความยาวคลื่นได้หลายช่วง ซึ่งแพทย์จะทำการประเมินตามปัญหาของแต่ละเคส ช่วยรักษาปัญหาผิวได้หลายอย่าง เช่น หลุมสิว ฝ้า กระ ริ้วรอย แผลเป็น เป็นต้น

Pico Laser ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

Pico Laser ช่วยแก้อะไรบ้าง

Pico Laser สามารถแก้ปัญหาได้ดังนี้

1. ปัญหารอยดำและรอยแดงที่เกิดจากสิว
2. ปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวไม่กระชับ ผิวไม่เรียบเนียน
3. ปัญหาสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ช่วยให้หน้าใสขึ้น
4. ปัญหาฝ้าแดด ฝ้าตื้น และฝ้าลึก
5. ปัญหากระแดด กระตื้น กระลึก
6. ปัญหาหลุมสิว และรอยฝังลึก
7. ลบรอยสักทุกสีและทุกขนาดที่อยู่บนร่างกาย

Pico Laser กี่ครั้งเห็นผล

Pico laser ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล

การเห็นผลของการทำ Pico Laser จะขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล โดยปกติการเห็นผลจะแบ่งได้ดังนี้

1. ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ จะเริ่มเห็นผลเมื่อทำ Pico Laser ประมาณ 1-2 ครั้งขึ้นไป
2. ปัญหากระแดดและกระตื้น จะเริ่มเห็นผลเมื่อทำ Pico Laser ประมาณ 1-2 ครั้งขึ้นไป
3. ปัญหาฝัา กระลึก รอยดำ รอยแดง และรอยแผลเป็น จะเริ่มเห็นผลเมื่อทำ Pico Laser ประมาณ 3-5 ครั้งขึ้นไป
4. ปัญหาหลุมสิว ผิวไม่เรียบเนียน จะเริ่มเห็นผลเมื่อทำ Pico Laser ประมาณ 5-6 ครั้งขึ้นไป
5. การลบรอยสัก ขึ้นอยู่กับความลึกและขนาด

Pico Laser อยู่นานกี่เดือน

ผลลัพธ์ของการทำ Pico Laser จะอยู่ได้นานหลายเดือนหรือหลายปี ซึ่งจะขึ้นอยู่กับปัญหาของผิว และการดูแลตนเองหลังทำหัตถการ รวมถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล

ขั้นตอนการทำ Pico Laser

ขั้นตอนการทำ pico laser

ขั้นตอนการทำ Pico Laser ที่ Kalm Clinic มีดังนี้

1. ประเมินปัญหาผิวหน้าและวิธีรักษากับคุณหมอ
2. ทำความสะอาดใบหน้าและแปะยาชา 30-40 นาที ก่อนการทำหัตถการเพื่อลดความเจ็บ
3. เมื่อครบเวลายาชา คุณหมอจะเริ่มทำการยิงพิโค่เลเซอร์ตามแผนการรักษาจนเสร็จเรียบร้อย

การดูแลตัวเองหลังทำ Pico Laser

การดูแลตัวเองหลังทำ pico laser

การดูแลตัวเองหลังทำ Pico Laser โดยทั่วไป มีดังนี้

1. หลังทำเลเซอร์ครบ 24 ชั่วโมง ควรล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด หรือโฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยน
2. ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งและการโดนแดด หลังทำเลเซอร์อย่างน้อย 1 สัปดาห์
3. ทาครีมกันแดดที่มี SPF สูงๆ เป็นประจำ
4. งดยาหรือครีมที่มีส่วนช่วยผลัดเซลล์ผิวในช่วง 1 สัปดาห์หลังการทำเลเซอร์
5. งดถู แกะ และเกา บริเวณที่ทำเลเซอร์

ผลข้างเคียงหลังทำ Pico Laser

การทำเลเซอร์ทุกชนิดสามารถเกิดผลข้างเคียงได้ โดยการทำ Pico Laser จะให้ผลข้างเคียง 2 แบบ คือ ผลข้างเคียงที่ปกติ ไม่เป็นอันตรายใดๆ และผลข้างเคียงที่ไม่ปกติ อาจเป็นผลให้ผิวพรรณของเราเกิดความเสียหายได้ ดังนี้

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ปกติ

1. อาจรู้สึกเจ็บระหว่างทำ
2. ผิวมีการระคายเคือง เช่น แสบร้อน และมีรอยแดงจากการทำเลเซอร์ สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการประคบเย็น โดยปกติแล้วจะหายเองได้ใน 1-3 วันหลังการทำเลเซอร์
3. มีแผลตกสะเก็ด เนื่องจากการใช้ค่าพลังงานที่สูงเพื่อแก้ไขปัญหาผิว โดยจะเริ่มหายในช่วง 7 วัน ห้ามมีการแคะ แกะ และเกาบริเวณที่มีแผลตกสะเก็ด

ผลข้างเคียงที่ไม่ปกติ

1. มีรอยไหม้และเป็นแผลพุพอง
2. ผิวเป็นจุดด่างสีขาว
3. ผิวอักเสบและติดเชื้อ

เมื่อมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้น แนะนำให้พบแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไป

ราคาทำ pico laser

ราคา Pico Laser ที่ Kalm Clinic จะแบ่งตามประเภทการรักษา ดังนี้

1. โปรแกรม Pico Glow หน้ากระจ่างใส ผิวโกลว์สวย
          – 1 ครั้ง 6,000.-
          – 3 ครั้ง 15,000.-
          – 6 ครั้ง 24,000.-

2. โปรแกรม Pico Poreless กระชับบรูขุมขน เบลอผิว เหมือนใส่ฟิลเตอร์
          – 1 ครั้ง 7,000.-
          – 3 ครั้ง 18,000.-
          – 6 ครั้ง 30,000.-

3. โปรแกรม Pico Mela Clear ดูแลปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ
          – 1 ครั้ง 7,000.-
          – 3 ครั้ง 18,000.-
          – 6 ครั้ง 30,000.-

4. โปรแกรม Pico Full Set รักษาแบบ Individualized แก้ปัญหาอย่างตรงจุด
          – 1 ครั้ง 9,900.-
          – 3 ครั้ง 25,000.-
          – 6 ครั้ง 42,000.-

สรุป

Pico Laser เป็นการทำเลเซอร์เพื่อรักษาปัญหาผิวโดย ไม่ว่าจะเป็นการทำให้หน้าใสไร้ริ้วรอย ลบรอยแผลเป็น และลบรอยสัก โดยระยะเวลาการเห็นผลจะอยู่ที่ปัญหาของผิวพรรณที่เกิดขึ้น สามารถอยู่ได้นานหลายเดือนหรือหลายปี ซึ่งจะขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล

Your content goes here. Edit or remove this text inline or in the module Content settings. You can also style every aspect of this content in the module Design settings and even apply custom CSS to this text in the module Advanced settings.

ร้อยไหมจมูกโด่งได้ไม่ง้อศัลย์คืออะไร ? ราคาเท่าไหร่ ? กี่วันเห็นผล ?

ร้อยไหมจมูกโด่งได้ไม่ง้อศัลย์คืออะไร ? ราคาเท่าไหร่ ? กี่วันเห็นผล ?

ร้อยไหมจมูกโด่งได้ไม่ง้อศัลย์คืออะไร? ราคาเท่าไหร่? กี่วันเห็นผล? ร้อยไหมจมูกคือ ชนิดของไหมจมูกมีอะไรบ้าง ข้อดี-ข้อเสีย ของการร้อยไหมจมูก...

IV Drip ดริปวิตามินผิว บูสต์ร่างกาย กี่ครั้งเห็นผล ?

IV Drip ดริปวิตามินผิว บูสต์ร่างกาย กี่ครั้งเห็นผล ?วิตามินเป็นสิ่งที่ร่างกายควรได้รับอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ...

ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์ฟิลเลอร์คืออะไร ? รู้ก่อนฉีดทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็ม...